เรียนต่อออสเตรเลีย

Langports

สถาบันสอนภาษาอังกฤษที่เคยได้รับรางวัล The Best English Language School in Australia เมื่อปี 2011-2015 ด้วยคุณภาพการเรียนการสอนแบบเข้มข้น การดูแลเอาใจใส่นักเรียนเสมือนคนในครอบครัว ทำให้ Langports เป็นสถาบันสอนภาษาอังกฤษยอดนิยมของนักเรียนจากทั่วทุกมุมโลกปัจจุบัน Langports มีทั้งหมด 3 สาขาได้แก่ Brisbane, Gold Coast และ Sydney

จุดเด่น

เนื้อหาการเรียนการสอนที่เข้มข้น เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการพัฒนาภาษาอย่างจริงจัง นักเรียนจะได้รับการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษที่ตรงจุด สถานที่เรียนกว้างขว้าง มีพื้นที่อำนวยความสะดวกและรองรับนักเรียนได้เป็นจำนวนมาก และทุกวันหลังเรียนทางสถาบันฯ จะมีกิจกรรม Workshop ให้ฟรี วิชาที่เปิดสอนได้แก่ Aussie English, Extension English, English for Work in Australia หรือ Exam Techniques and Tips เป็นต้น

 

Langports Brisbane

  • อาคารเรียน 3 ชั้น ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
  • สามารถเดินทางไปยัง Queen Street แหล่งช้อปปิ้งได้เพียงไม่กี่นาที
 
ข้อมูลทั่วไป
  • 24 ห้องเรียนที่ทันสมัย
  • มีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้องคอมพิวเตอร์, โต๊ะปิงปอง และห้องทีวี
  • ห้องสมุด พร้อมสื่อการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
  • ห้องครัวขนาดใหญ่ ที่มีตู้เย็น และ ไมโครเวฟ ให้บริการ
  • มีพื้นที่สำหรับ BBQ

 

โปรโมชั่น | Promotions
  • UFO English, IELTS, EPA, TOEIC, Cambridge Flexi, FCE, CAE วันจันทร์ - วันพฤหัสบดี 09.00 น. – 15.00 น.
  • สมัคร 1-23 สัปดาห์ $255 ต่อสัปดาห์ จากปกติ $435 ต่อสัปดาห์
  • สมัคร 24 สัปดาห์ขึ้นไป $240 ต่อสัปดาห์ จากปกติ $420 ต่อสัปดาห์
ค่าเล่าเรียนหลักสูตร ระยะเวลาเรียน ราคาค่าเล่าเรียน ราคาเงินบาทประมาณ

UFO English, IELTS, EAP,

TOEIC, Cambridge

4 สัปดาห์ $1,020 ฿25,500
12 สัปดาห์ $3,060 ฿76,500
24 สัปดาห์ $5,760 ฿144,000
36 สัปดาห์ $8,640 ฿216,000

*ราคาข้างต้น คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน $AUD1 = 25 บาท

**ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ช่วงเวลานั้นๆ

ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

วีซ่าออสเตรเลีย

เบลแชร์ประสบการณ์ขอวีซ่านักเรียน ประเทศออสเตรเลีย สำหรับนักเรียนที่มีอายุเกิน 35 ปี

สวัสดีจ้า วันนี้พี่มีประสบการณ์การยื่นขอวีซ่าประเทศออสเตรเลียมาเป็นแนวทางให้กับน้องๆ ทุกคน ที่กำลังสนใจจะไป เรียนต่อ สำหรับประเทศออสเตรเลียนั้นเป็นอีกประเทศที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ เพราะว่าออสเตรเลียเป็นประเทศที่ มีความปลอดภัยสูง ค่าครองชีพก็ไม่โหดร้ายจนเกินไปอีกทั้งยังไม่ไกลจากบ้านเราอีกด้วยค่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

วันนี้พี่มีเคสตัวอย่างมาบอกต่อให้กับน้องๆ ที่กำลังสนใจไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ขอบอกเลยว่าออสเตรเลีย ไม่ได้จำกัดอายุในการไปเรียนภาษาเลยแม้แต่นิดเดียวเคสที่พี่เจอนั้นเป็นคุณอา อายุประมาณ 49 ปี พื้นฐานจบ การศึกษาระดับ ปวช. หน้าที่การงานรับจ้างทั่วไป ไม่มีบัญชีเป็นของตัวเองและคุณอามีความสนใจอยากจะไปเรียน ภาษาและต่อหลักสูตรวิชาชีพด้านธุรกิจที่ประเทศออสเตรเลีย เท่าที่ฟังจากประวัติคุณอาแล้วต้องบอกเลยว่าค่อนข้าง ยากมากที่วีซ่าจะผ่าน ทั้งอายุเยอะ อาชีพการงานดูไม่มั่นคงและไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการที่จะไปเรียนภาษาอังกฤษเลย แม้แต่น้อย แต่ด้วยความที่คุณอามีความตั้งใจจริงทางเราก็ยินดีที่จะช่วยดูแลทำเรื่องให้คุณอาอย่างสุดความสามารถ เราจึงมาเริ่มเตรียมเอกสารยื่นวีซ่ากันค่ะ

สำหรับเอกสารที่ใช้ในการยื่นวีซ่านักเรียนนั้น หลักๆ ที่ทุกคนต้องมีคือ

  • 1. หนังสือเดินทางหรือที่เรียกว่าพาสปอร์ต
  • 2. รูปถ่ายพื้นหลังสีขาว 2 นิ้ว
  • 3. หนังสือตอบรับจากทางโรงเรียนหรือที่เรียกว่า COE
  • 4. สำเนาบัตรประชาชน
  • 5. สำเนาทะเบียนบ้าน
  • 6. ผลการเรียนและใบรับรองการศึกษาจากทางสถาบันศึกษาตัวจริง
  • 7. ใบรับรองการทำงาน เป็นไปได้ควรยื่นตั้งแต่เรียนจบมาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากที่คุณอาได้เตรียมเอกสารในเบื้องต้นมาพร้อมกับเอกสารจากผู้สนับสนุนทางการเงินแล้วนั้น พี่จะก็จัดการ ตรวจดูเอกสารทั้งหมดอีกครั้งว่ามีส่วนไหนต้องเพิ่มเติมหรือแก้ไขจากนั้นพี่ก็จะต้องทำการแปลเอกสารที่เป็นภาษาไทย ให้เป็นภาษาอังกฤษทุกฉบับ เพราะการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลียนั้นเอกสารควรเป็นภาษาอังกฤษค่ะ
มาถึงเอกสารอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั้นคือ จดหมายชี้แจงจุดประสงค์ของการไปศึกษาต่อ ด้วยความที่ประวัติของคุณอา ไม่ค่อยจะดีนัก เราจึงเครียดหนักกับการเขียนจดหมายครั้งนี้มาก เพราะพี่เชื่อว่าจดหมายตัวนี้สามารถชี้วัดเรื่องของวีซ่า กันได้เลยว่าจะผ่านไม่ผ่าน แถมถ้าเราเขียนได้ครอบคลุมหละก็จะลดความเสี่ยงที่สถานทูตจะโทรไปสัมภาษณ์นักเรียน โดยตรง การเขียนจดหมายชี้แจ้งนี้จึงสำคัญที่สุด พี่ขอแนะนำว่าน้องๆ ทุกคนควรเล่าประวัติของตัวเองตั้งแต่เรียนจบมา จนถึงปัจจุบัน เคยทำงานที่ไหนบ้าง เคยทำอะไรมาบ้าง พยายามอย่าให้เห็นช่วงเวลาที่หายไป และเหตุผลที่จะต้องไป เรียนไม่ว่าเราจะสมัครหลักสูตรอะไรก็ตาม แต่เหตุผลที่จะไปเรียนนั้นต้องสอดคล้องประวัติและการดำเนินชีวิตของเรา ให้มากที่สุด หรือความใฝ่ ฝันในอนาคตข้างหน้าว่าอยากจะทำอะไรเป็นอะไรก็ควรจะดึงเหตุผลพวกนี้เขียนออกมาให้ สถานทูตเห็นว่าเรามีเป้าหมายและมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะไปเรียนต่อนะคะ
หลังจากที่เอกสารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พี่ก็ทำการนัดคิวกับเจ้าหน้าที่ VFS เพื่อขอเข้าไปยื่นวีซ่า การยื่นวีซ่าประเทศ ออสเตรเลียนั้น นักเรียนหรือผู้ที่จะเดินทางไม่จำเป็นต้องไปยื่นด้วยตัวเองนะคะ พี่จะไปดำเนินการให้ทุกอย่าง พอ หลังจากยื่นวีซ่าเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นรอประมาณ 3 – 5 วันทำการ สถานทูตก็ได้มีการส่งอีเมล์มาหาเราเพื่อแจ้งให้ คุณอาไปทำการตรวจสุขภาพค่ะ ทางเราก็ไม่รอช้าโทรแจ้งให้คุณอารีบเดินทางมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยการตรวจสุขภาพนั้นเอกสารที่จะต้องเตรียมไปด้วยคือหนังสือเดินทางเล่มจริงและใบ Health Examination List ที่ ทางสถานทูตส่งให้ค่ะ การตรวจสุขภาพจะตรวจแค่ปัสสาวะกับเอ็กซเรย์ปอด ถ้าน้องๆ คนไหนที่เป็นผู้หญิงก็อาจจะต้อง ดูในเรื่องของประจำเดือนกันอีกทีนะค่ะ พอหลังจากที่คุณอาตรวจสุขภาพเสร็จเรียบร้อยก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เลยค่ะ ผลการตรวจสุขภาพทางโรงพยาบาลจะส่งไปที่สถานทูตเองคะ ระหว่างนี้ก็เป็นช่วงลุ้นระทึกกันว่าการอนุมัติวีซ่า นักเรียนนั้นจะออกมาอย่างไรและเมื่อไหร่ซึ่งปรกติก็จะใช้เวลาไม่นานหลังจากที่เราไปตรวจสุขภาพแล้วค่ะ

Langports Gold Coast

  • อาคารเรียน 2 ชั้นขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ใจกลาง Surfers Paradise
  • สามารถเดินไปยังชายทะเล และ Cavill Avenue เพียง 5 นาที
 
ข้อมูลทั่วไป
  • 21 ห้องเรียนที่ทันสมัย
  • มีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้องคอมพิวเตอร์, โต๊ะปิงปอง และห้องทีวี
  • ห้องสมุด พร้อมสื่อการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
  • ห้องครัวขนาดใหญ่ ที่มีตู้เย็น และ ไมโครเวฟ ให้บริการ
  • มีพื้นที่สำหรับ BBQ

 

โปรโมชั่น | Promotions
  • UFO English, IELTS, EPA, TOEIC, Cambridge Flexi, FCE, CAE วันจันทร์ - วันพฤหัสบดี 08.30 น. – 14.30 น.
  • สมัคร 1-23 สัปดาห์ $255 ต่อสัปดาห์ จากปกติ $435 ต่อสัปดาห์
  • สมัคร 24 สัปดาห์ขึ้นไป $240 ต่อสัปดาห์ จากปกติ $420 ต่อสัปดาห์
ค่าเล่าเรียนหลักสูตร ระยะเวลาเรียน ราคาค่าเล่าเรียน ราคาเงินบาทประมาณ

UFO English, IELTS, EAP,

TOEIC, Cambridge

4 สัปดาห์ $1,020 ฿25,500
12 สัปดาห์ $3,060 ฿76,500
24 สัปดาห์ $5,760 ฿144,000
36 สัปดาห์ $8,640 ฿216,000

*ราคาข้างต้น คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน $AUD1 = 25 บาท

**ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ช่วงเวลานั้นๆ

ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

วีซ่าออสเตรเลีย

เบลแชร์ประสบการณ์ขอวีซ่านักเรียน ประเทศออสเตรเลีย สำหรับนักเรียนที่มีอายุเกิน 35 ปี

สวัสดีจ้า วันนี้พี่มีประสบการณ์การยื่นขอวีซ่าประเทศออสเตรเลียมาเป็นแนวทางให้กับน้องๆ ทุกคน ที่กำลังสนใจจะไป เรียนต่อ สำหรับประเทศออสเตรเลียนั้นเป็นอีกประเทศที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ เพราะว่าออสเตรเลียเป็นประเทศที่ มีความปลอดภัยสูง ค่าครองชีพก็ไม่โหดร้ายจนเกินไปอีกทั้งยังไม่ไกลจากบ้านเราอีกด้วยค่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

วันนี้พี่มีเคสตัวอย่างมาบอกต่อให้กับน้องๆ ที่กำลังสนใจไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ขอบอกเลยว่าออสเตรเลีย ไม่ได้จำกัดอายุในการไปเรียนภาษาเลยแม้แต่นิดเดียวเคสที่พี่เจอนั้นเป็นคุณอา อายุประมาณ 49 ปี พื้นฐานจบ การศึกษาระดับ ปวช. หน้าที่การงานรับจ้างทั่วไป ไม่มีบัญชีเป็นของตัวเองและคุณอามีความสนใจอยากจะไปเรียน ภาษาและต่อหลักสูตรวิชาชีพด้านธุรกิจที่ประเทศออสเตรเลีย เท่าที่ฟังจากประวัติคุณอาแล้วต้องบอกเลยว่าค่อนข้าง ยากมากที่วีซ่าจะผ่าน ทั้งอายุเยอะ อาชีพการงานดูไม่มั่นคงและไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการที่จะไปเรียนภาษาอังกฤษเลย แม้แต่น้อย แต่ด้วยความที่คุณอามีความตั้งใจจริงทางเราก็ยินดีที่จะช่วยดูแลทำเรื่องให้คุณอาอย่างสุดความสามารถ เราจึงมาเริ่มเตรียมเอกสารยื่นวีซ่ากันค่ะ

สำหรับเอกสารที่ใช้ในการยื่นวีซ่านักเรียนนั้น หลักๆ ที่ทุกคนต้องมีคือ

  • 1. หนังสือเดินทางหรือที่เรียกว่าพาสปอร์ต
  • 2. รูปถ่ายพื้นหลังสีขาว 2 นิ้ว
  • 3. หนังสือตอบรับจากทางโรงเรียนหรือที่เรียกว่า COE
  • 4. สำเนาบัตรประชาชน
  • 5. สำเนาทะเบียนบ้าน
  • 6. ผลการเรียนและใบรับรองการศึกษาจากทางสถาบันศึกษาตัวจริง
  • 7. ใบรับรองการทำงาน เป็นไปได้ควรยื่นตั้งแต่เรียนจบมาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากที่คุณอาได้เตรียมเอกสารในเบื้องต้นมาพร้อมกับเอกสารจากผู้สนับสนุนทางการเงินแล้วนั้น พี่จะก็จัดการ ตรวจดูเอกสารทั้งหมดอีกครั้งว่ามีส่วนไหนต้องเพิ่มเติมหรือแก้ไขจากนั้นพี่ก็จะต้องทำการแปลเอกสารที่เป็นภาษาไทย ให้เป็นภาษาอังกฤษทุกฉบับ เพราะการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลียนั้นเอกสารควรเป็นภาษาอังกฤษค่ะ
มาถึงเอกสารอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั้นคือ จดหมายชี้แจงจุดประสงค์ของการไปศึกษาต่อ ด้วยความที่ประวัติของคุณอา ไม่ค่อยจะดีนัก เราจึงเครียดหนักกับการเขียนจดหมายครั้งนี้มาก เพราะพี่เชื่อว่าจดหมายตัวนี้สามารถชี้วัดเรื่องของวีซ่า กันได้เลยว่าจะผ่านไม่ผ่าน แถมถ้าเราเขียนได้ครอบคลุมหละก็จะลดความเสี่ยงที่สถานทูตจะโทรไปสัมภาษณ์นักเรียน โดยตรง การเขียนจดหมายชี้แจ้งนี้จึงสำคัญที่สุด พี่ขอแนะนำว่าน้องๆ ทุกคนควรเล่าประวัติของตัวเองตั้งแต่เรียนจบมา จนถึงปัจจุบัน เคยทำงานที่ไหนบ้าง เคยทำอะไรมาบ้าง พยายามอย่าให้เห็นช่วงเวลาที่หายไป และเหตุผลที่จะต้องไป เรียนไม่ว่าเราจะสมัครหลักสูตรอะไรก็ตาม แต่เหตุผลที่จะไปเรียนนั้นต้องสอดคล้องประวัติและการดำเนินชีวิตของเรา ให้มากที่สุด หรือความใฝ่ ฝันในอนาคตข้างหน้าว่าอยากจะทำอะไรเป็นอะไรก็ควรจะดึงเหตุผลพวกนี้เขียนออกมาให้ สถานทูตเห็นว่าเรามีเป้าหมายและมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะไปเรียนต่อนะคะ
หลังจากที่เอกสารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พี่ก็ทำการนัดคิวกับเจ้าหน้าที่ VFS เพื่อขอเข้าไปยื่นวีซ่า การยื่นวีซ่าประเทศ ออสเตรเลียนั้น นักเรียนหรือผู้ที่จะเดินทางไม่จำเป็นต้องไปยื่นด้วยตัวเองนะคะ พี่จะไปดำเนินการให้ทุกอย่าง พอ หลังจากยื่นวีซ่าเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นรอประมาณ 3 – 5 วันทำการ สถานทูตก็ได้มีการส่งอีเมล์มาหาเราเพื่อแจ้งให้ คุณอาไปทำการตรวจสุขภาพค่ะ ทางเราก็ไม่รอช้าโทรแจ้งให้คุณอารีบเดินทางมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยการตรวจสุขภาพนั้นเอกสารที่จะต้องเตรียมไปด้วยคือหนังสือเดินทางเล่มจริงและใบ Health Examination List ที่ ทางสถานทูตส่งให้ค่ะ การตรวจสุขภาพจะตรวจแค่ปัสสาวะกับเอ็กซเรย์ปอด ถ้าน้องๆ คนไหนที่เป็นผู้หญิงก็อาจจะต้อง ดูในเรื่องของประจำเดือนกันอีกทีนะค่ะ พอหลังจากที่คุณอาตรวจสุขภาพเสร็จเรียบร้อยก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เลยค่ะ ผลการตรวจสุขภาพทางโรงพยาบาลจะส่งไปที่สถานทูตเองคะ ระหว่างนี้ก็เป็นช่วงลุ้นระทึกกันว่าการอนุมัติวีซ่า นักเรียนนั้นจะออกมาอย่างไรและเมื่อไหร่ซึ่งปรกติก็จะใช้เวลาไม่นานหลังจากที่เราไปตรวจสุขภาพแล้วค่ะ

Langports Sydney

  • อาคารเรียน 4 ชั้น ตั้งอยู่ใจกลางเมือง Darling Harbour เป็นย่านพักผ่อนประจำเมือง
  • มีร้านค้า ห้างสรรพสินค้า และร้านอาหารเก๋ๆ ตั้งอยู่มากมาย
 
ข้อมูลทั่วไป
  • 23 ห้องเรียนที่ทันสมัย
  • มีสิ่งอำนวยความสะดวก อาทิ ห้องคอมพิวเตอร์, โต๊ะปิงปอง และห้องทีวี
  • ห้องสมุด พร้อมสื่อการเรียนรู้ด้วยตัวเอง
  • ห้องครัวขนาดใหญ่ ที่มีตู้เย็น และ ไมโครเวฟ ให้บริการ
  • มีพื้นที่สำหรับ BBQ

 

โปรโมชั่น | Promotions
  • UFO English, IELTS, EPA, TOEIC, Cambridge Flexi, FCE, CAE วันจันทร์ - วันพฤหัสบดี 09.00 น. – 15.00 น.
  • สมัคร 1-23 สัปดาห์ $255 ต่อสัปดาห์ จากปกติ $435 ต่อสัปดาห์
  • สมัคร 24 สัปดาห์ขึ้นไป $240 ต่อสัปดาห์ จากปกติ $420 ต่อสัปดาห์
ค่าเล่าเรียนหลักสูตร ระยะเวลาเรียน ราคาค่าเล่าเรียน ราคาเงินบาทประมาณ

UFO English, IELTS, EAP,

TOEIC, Cambridge

4 สัปดาห์ $1,020 ฿25,500
12 สัปดาห์ $3,060 ฿76,500
24 สัปดาห์ $5,760 ฿144,000
36 สัปดาห์ $8,640 ฿216,000

*ราคาข้างต้น คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน $AUD1 = 25 บาท

**ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ช่วงเวลานั้นๆ

ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

วีซ่าออสเตรเลีย

เบลแชร์ประสบการณ์ขอวีซ่านักเรียน ประเทศออสเตรเลีย สำหรับนักเรียนที่มีอายุเกิน 35 ปี

สวัสดีจ้า วันนี้พี่มีประสบการณ์การยื่นขอวีซ่าประเทศออสเตรเลียมาเป็นแนวทางให้กับน้องๆ ทุกคน ที่กำลังสนใจจะไป เรียนต่อ สำหรับประเทศออสเตรเลียนั้นเป็นอีกประเทศที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ เพราะว่าออสเตรเลียเป็นประเทศที่ มีความปลอดภัยสูง ค่าครองชีพก็ไม่โหดร้ายจนเกินไปอีกทั้งยังไม่ไกลจากบ้านเราอีกด้วยค่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

วันนี้พี่มีเคสตัวอย่างมาบอกต่อให้กับน้องๆ ที่กำลังสนใจไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ขอบอกเลยว่าออสเตรเลีย ไม่ได้จำกัดอายุในการไปเรียนภาษาเลยแม้แต่นิดเดียวเคสที่พี่เจอนั้นเป็นคุณอา อายุประมาณ 49 ปี พื้นฐานจบ การศึกษาระดับ ปวช. หน้าที่การงานรับจ้างทั่วไป ไม่มีบัญชีเป็นของตัวเองและคุณอามีความสนใจอยากจะไปเรียน ภาษาและต่อหลักสูตรวิชาชีพด้านธุรกิจที่ประเทศออสเตรเลีย เท่าที่ฟังจากประวัติคุณอาแล้วต้องบอกเลยว่าค่อนข้าง ยากมากที่วีซ่าจะผ่าน ทั้งอายุเยอะ อาชีพการงานดูไม่มั่นคงและไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการที่จะไปเรียนภาษาอังกฤษเลย แม้แต่น้อย แต่ด้วยความที่คุณอามีความตั้งใจจริงทางเราก็ยินดีที่จะช่วยดูแลทำเรื่องให้คุณอาอย่างสุดความสามารถ เราจึงมาเริ่มเตรียมเอกสารยื่นวีซ่ากันค่ะ

สำหรับเอกสารที่ใช้ในการยื่นวีซ่านักเรียนนั้น หลักๆ ที่ทุกคนต้องมีคือ

  • 1. หนังสือเดินทางหรือที่เรียกว่าพาสปอร์ต
  • 2. รูปถ่ายพื้นหลังสีขาว 2 นิ้ว
  • 3. หนังสือตอบรับจากทางโรงเรียนหรือที่เรียกว่า COE
  • 4. สำเนาบัตรประชาชน
  • 5. สำเนาทะเบียนบ้าน
  • 6. ผลการเรียนและใบรับรองการศึกษาจากทางสถาบันศึกษาตัวจริง
  • 7. ใบรับรองการทำงาน เป็นไปได้ควรยื่นตั้งแต่เรียนจบมาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากที่คุณอาได้เตรียมเอกสารในเบื้องต้นมาพร้อมกับเอกสารจากผู้สนับสนุนทางการเงินแล้วนั้น พี่จะก็จัดการ ตรวจดูเอกสารทั้งหมดอีกครั้งว่ามีส่วนไหนต้องเพิ่มเติมหรือแก้ไขจากนั้นพี่ก็จะต้องทำการแปลเอกสารที่เป็นภาษาไทย ให้เป็นภาษาอังกฤษทุกฉบับ เพราะการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลียนั้นเอกสารควรเป็นภาษาอังกฤษค่ะ
มาถึงเอกสารอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั้นคือ จดหมายชี้แจงจุดประสงค์ของการไปศึกษาต่อ ด้วยความที่ประวัติของคุณอา ไม่ค่อยจะดีนัก เราจึงเครียดหนักกับการเขียนจดหมายครั้งนี้มาก เพราะพี่เชื่อว่าจดหมายตัวนี้สามารถชี้วัดเรื่องของวีซ่า กันได้เลยว่าจะผ่านไม่ผ่าน แถมถ้าเราเขียนได้ครอบคลุมหละก็จะลดความเสี่ยงที่สถานทูตจะโทรไปสัมภาษณ์นักเรียน โดยตรง การเขียนจดหมายชี้แจ้งนี้จึงสำคัญที่สุด พี่ขอแนะนำว่าน้องๆ ทุกคนควรเล่าประวัติของตัวเองตั้งแต่เรียนจบมา จนถึงปัจจุบัน เคยทำงานที่ไหนบ้าง เคยทำอะไรมาบ้าง พยายามอย่าให้เห็นช่วงเวลาที่หายไป และเหตุผลที่จะต้องไป เรียนไม่ว่าเราจะสมัครหลักสูตรอะไรก็ตาม แต่เหตุผลที่จะไปเรียนนั้นต้องสอดคล้องประวัติและการดำเนินชีวิตของเรา ให้มากที่สุด หรือความใฝ่ ฝันในอนาคตข้างหน้าว่าอยากจะทำอะไรเป็นอะไรก็ควรจะดึงเหตุผลพวกนี้เขียนออกมาให้ สถานทูตเห็นว่าเรามีเป้าหมายและมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะไปเรียนต่อนะคะ
หลังจากที่เอกสารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พี่ก็ทำการนัดคิวกับเจ้าหน้าที่ VFS เพื่อขอเข้าไปยื่นวีซ่า การยื่นวีซ่าประเทศ ออสเตรเลียนั้น นักเรียนหรือผู้ที่จะเดินทางไม่จำเป็นต้องไปยื่นด้วยตัวเองนะคะ พี่จะไปดำเนินการให้ทุกอย่าง พอ หลังจากยื่นวีซ่าเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นรอประมาณ 3 – 5 วันทำการ สถานทูตก็ได้มีการส่งอีเมล์มาหาเราเพื่อแจ้งให้ คุณอาไปทำการตรวจสุขภาพค่ะ ทางเราก็ไม่รอช้าโทรแจ้งให้คุณอารีบเดินทางมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยการตรวจสุขภาพนั้นเอกสารที่จะต้องเตรียมไปด้วยคือหนังสือเดินทางเล่มจริงและใบ Health Examination List ที่ ทางสถานทูตส่งให้ค่ะ การตรวจสุขภาพจะตรวจแค่ปัสสาวะกับเอ็กซเรย์ปอด ถ้าน้องๆ คนไหนที่เป็นผู้หญิงก็อาจจะต้อง ดูในเรื่องของประจำเดือนกันอีกทีนะค่ะ พอหลังจากที่คุณอาตรวจสุขภาพเสร็จเรียบร้อยก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เลยค่ะ ผลการตรวจสุขภาพทางโรงพยาบาลจะส่งไปที่สถานทูตเองคะ ระหว่างนี้ก็เป็นช่วงลุ้นระทึกกันว่าการอนุมัติวีซ่า นักเรียนนั้นจะออกมาอย่างไรและเมื่อไหร่ซึ่งปรกติก็จะใช้เวลาไม่นานหลังจากที่เราไปตรวจสุขภาพแล้วค่ะ