สถาบันตั้งอยู่ในอาคารที่ทันสมัยกลางย่านธุรกิจพร้อมคาเฟ่อยู่ด้านล่าง
มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องเรียนที่มีอุปกรร์ครบครันพร้อมไวท์บอร์ด
นอกจากนี้นักเรียนยังสามารถเพลิดเพลินกับพื้นที่ส่วนกลาง เช่น พื้นที่อ่านหนังสือ ห้องสมุด ห้องครัว ซึ่งทุกห้องมีอินเทอร์เน็ตไร้สาย WIFI บริการฟรี
VIDEO
โปรโมชั่น | Promotions
General English วันจันทร์-พฤหัสบดี 09.00-14.45 น. 20 บทเรียน
ค่าเล่าเรียน $200 ต่อสัปดาห์
ค่าเล่าเรียนหลักสูตร
ระยะเวลาเรียน
ราคาค่าเล่าเรียน
ราคาเงินบาทประมาณ
General English
4 สัปดาห์
$800
฿20,000
12 สัปดาห์
$2,400
฿60,000
24 สัปดาห์
$4,800
฿120,000
36 สัปดาห์
$7,200
฿180,000
*ราคาข้างต้น คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน $AUD1 = 25 บาท
**ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ช่วงเวลานั้นๆ
ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
วีซ่าออสเตรเลีย
เบลแชร์ประสบการณ์ขอวีซ่านักเรียน ประเทศออสเตรเลีย สำหรับนักเรียนที่มีอายุเกิน 35 ปี
สวัสดีจ้า วันนี้พี่มีประสบการณ์การยื่นขอวีซ่าประเทศออสเตรเลียมาเป็นแนวทางให้กับน้องๆ ทุกคน ที่กำลังสนใจจะไป เรียนต่อ สำหรับประเทศออสเตรเลียนั้นเป็นอีกประเทศที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ เพราะว่าออสเตรเลียเป็นประเทศที่ มีความปลอดภัยสูง ค่าครองชีพก็ไม่โหดร้ายจนเกินไปอีกทั้งยังไม่ไกลจากบ้านเราอีกด้วยค่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า วันนี้พี่มีเคสตัวอย่างมาบอกต่อให้กับน้องๆ ที่กำลังสนใจไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ขอบอกเลยว่าออสเตรเลีย ไม่ได้จำกัดอายุในการไปเรียนภาษาเลยแม้แต่นิดเดียวเคสที่พี่เจอนั้นเป็นคุณอา อายุประมาณ 49 ปี พื้นฐานจบ การศึกษาระดับ ปวช. หน้าที่การงานรับจ้างทั่วไป ไม่มีบัญชีเป็นของตัวเองและคุณอามีความสนใจอยากจะไปเรียน ภาษาและต่อหลักสูตรวิชาชีพด้านธุรกิจที่ประเทศออสเตรเลีย เท่าที่ฟังจากประวัติคุณอาแล้วต้องบอกเลยว่าค่อนข้าง ยากมากที่วีซ่าจะผ่าน ทั้งอายุเยอะ อาชีพการงานดูไม่มั่นคงและไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการที่จะไปเรียนภาษาอังกฤษเลย แม้แต่น้อย แต่ด้วยความที่คุณอามีความตั้งใจจริงทางเราก็ยินดีที่จะช่วยดูแลทำเรื่องให้คุณอาอย่างสุดความสามารถ เราจึงมาเริ่มเตรียมเอกสารยื่นวีซ่ากันค่ะ
สำหรับเอกสารที่ใช้ในการยื่นวีซ่านักเรียนนั้น หลักๆ ที่ทุกคนต้องมีคือ
1. หนังสือเดินทางหรือที่เรียกว่าพาสปอร์ต
2. รูปถ่ายพื้นหลังสีขาว 2 นิ้ว
3. หนังสือตอบรับจากทางโรงเรียนหรือที่เรียกว่า COE
4. สำเนาบัตรประชาชน
5. สำเนาทะเบียนบ้าน
6. ผลการเรียนและใบรับรองการศึกษาจากทางสถาบันศึกษาตัวจริง
7. ใบรับรองการทำงาน เป็นไปได้ควรยื่นตั้งแต่เรียนจบมาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากที่คุณอาได้เตรียมเอกสารในเบื้องต้นมาพร้อมกับเอกสารจากผู้สนับสนุนทางการเงินแล้วนั้น พี่จะก็จัดการ ตรวจดูเอกสารทั้งหมดอีกครั้งว่ามีส่วนไหนต้องเพิ่มเติมหรือแก้ไขจากนั้นพี่ก็จะต้องทำการแปลเอกสารที่เป็นภาษาไทย ให้เป็นภาษาอังกฤษทุกฉบับ เพราะการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลียนั้นเอกสารควรเป็นภาษาอังกฤษค่ะ
มาถึงเอกสารอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั้นคือ จดหมายชี้แจงจุดประสงค์ของการไปศึกษาต่อ ด้วยความที่ประวัติของคุณอา ไม่ค่อยจะดีนัก เราจึงเครียดหนักกับการเขียนจดหมายครั้งนี้มาก เพราะพี่เชื่อว่าจดหมายตัวนี้สามารถชี้วัดเรื่องของวีซ่า กันได้เลยว่าจะผ่านไม่ผ่าน แถมถ้าเราเขียนได้ครอบคลุมหละก็จะลดความเสี่ยงที่สถานทูตจะโทรไปสัมภาษณ์นักเรียน โดยตรง การเขียนจดหมายชี้แจ้งนี้จึงสำคัญที่สุด พี่ขอแนะนำว่าน้องๆ ทุกคนควรเล่าประวัติของตัวเองตั้งแต่เรียนจบมา จนถึงปัจจุบัน เคยทำงานที่ไหนบ้าง เคยทำอะไรมาบ้าง พยายามอย่าให้เห็นช่วงเวลาที่หายไป และเหตุผลที่จะต้องไป เรียนไม่ว่าเราจะสมัครหลักสูตรอะไรก็ตาม แต่เหตุผลที่จะไปเรียนนั้นต้องสอดคล้องประวัติและการดำเนินชีวิตของเรา ให้มากที่สุด หรือความใฝ่ ฝันในอนาคตข้างหน้าว่าอยากจะทำอะไรเป็นอะไรก็ควรจะดึงเหตุผลพวกนี้เขียนออกมาให้ สถานทูตเห็นว่าเรามีเป้าหมายและมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะไปเรียนต่อนะคะ
หลังจากที่เอกสารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พี่ก็ทำการนัดคิวกับเจ้าหน้าที่ VFS เพื่อขอเข้าไปยื่นวีซ่า การยื่นวีซ่าประเทศ ออสเตรเลียนั้น นักเรียนหรือผู้ที่จะเดินทางไม่จำเป็นต้องไปยื่นด้วยตัวเองนะคะ พี่จะไปดำเนินการให้ทุกอย่าง พอ หลังจากยื่นวีซ่าเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นรอประมาณ 3 – 5 วันทำการ สถานทูตก็ได้มีการส่งอีเมล์มาหาเราเพื่อแจ้งให้ คุณอาไปทำการตรวจสุขภาพค่ะ ทางเราก็ไม่รอช้าโทรแจ้งให้คุณอารีบเดินทางมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยการตรวจสุขภาพนั้นเอกสารที่จะต้องเตรียมไปด้วยคือหนังสือเดินทางเล่มจริงและใบ Health Examination List ที่ ทางสถานทูตส่งให้ค่ะ การตรวจสุขภาพจะตรวจแค่ปัสสาวะกับเอ็กซเรย์ปอด ถ้าน้องๆ คนไหนที่เป็นผู้หญิงก็อาจจะต้อง ดูในเรื่องของประจำเดือนกันอีกทีนะค่ะ พอหลังจากที่คุณอาตรวจสุขภาพเสร็จเรียบร้อยก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เลยค่ะ ผลการตรวจสุขภาพทางโรงพยาบาลจะส่งไปที่สถานทูตเองคะ ระหว่างนี้ก็เป็นช่วงลุ้นระทึกกันว่าการอนุมัติวีซ่า นักเรียนนั้นจะออกมาอย่างไรและเมื่อไหร่ซึ่งปรกติก็จะใช้เวลาไม่นานหลังจากที่เราไปตรวจสุขภาพแล้วค่ะ