เรียนต่อออสเตรเลีย

National Institute of Education and Technology (NIET)

สถาบันการศึกษาและเทคโนโลยีก่อตั้งขึ้นในปี 2015 ปัจจุบันมีผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบัน NIET ไปมากกว่า 5,000 คนจากทั่วโลก สถาบัน NIET เป็นวิทยาลัยฝึกอบรมวิชาชีพที่ได้รับการยอมรับ ในระดับประเทศในหลากหลายภาคอุตสาหกรรม โดยมีแนวคิวว่า การเรียนรู้ไม่ได้หยุดลงเมื่อคุณจบการศึกษา

จุดเด่น

NIET เป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกการเรียนรู้ครบครัน มีสถานที่ตั้ง 2 เมืองด้วยกัน ได้แก่ Brisbane และ Hobart อีกทั้ง NIET เป็นองค์กรที่ไม่แสวงกำไร จึงทำให้มีค่าเล่าเรียนที่ไม่แพง นักเรียนสามารถเลือกแผนการชำระค่าเล่าเรียนได้ตามความต้องการทั้งรายเดือน หรือ รายเทอม

 

NIET Brisbane

  • NIET Group Brisbane Centre สามารถมองเห็นจัตุรัส King George ในใจกลางย่านศูนย์กลางธุรกิจของบริสเบนได้
  • มีห้องเรียน 10 ห้อง พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครับครัน อาทิ ห้องสมุด ห้องคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัย
 
โปรโมชั่น | Promotions
  • General English ระดับ Elementary กับ Pre- Intermediate วันอังคาร - ศุกร์ 09.00-14.30 น. 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • General English ระดับ Intermediate - Advanced วันอังคาร - ศุกร์ 12.00-17.00 น. 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • ค่าเล่าเรียน $220 ต่อสัปดาห์
  • พิเศษ เมื่อสมัครเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ + VET Course ฟรี !! ค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียน $630
ค่าเล่าเรียนหลักสูตร ระยะเวลาเรียน ราคาค่าเล่าเรียน ราคาเงินบาทประมาณ
General English 4 สัปดาห์ $880 ฿22,000
12 สัปดาห์ $2,640 ฿66,000
24 สัปดาห์ $5,280 ฿132,000
36 สัปดาห์ $7,920 ฿198,000

*ราคาข้างต้น คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน $AUD1 = 25 บาท

**ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ช่วงเวลานั้นๆ

ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

วีซ่าออสเตรเลีย

เบลแชร์ประสบการณ์ขอวีซ่านักเรียน ประเทศออสเตรเลีย สำหรับนักเรียนที่มีอายุเกิน 35 ปี

สวัสดีจ้า วันนี้พี่มีประสบการณ์การยื่นขอวีซ่าประเทศออสเตรเลียมาเป็นแนวทางให้กับน้องๆ ทุกคน ที่กำลังสนใจจะไป เรียนต่อ สำหรับประเทศออสเตรเลียนั้นเป็นอีกประเทศที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ เพราะว่าออสเตรเลียเป็นประเทศที่ มีความปลอดภัยสูง ค่าครองชีพก็ไม่โหดร้ายจนเกินไปอีกทั้งยังไม่ไกลจากบ้านเราอีกด้วยค่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

วันนี้พี่มีเคสตัวอย่างมาบอกต่อให้กับน้องๆ ที่กำลังสนใจไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ขอบอกเลยว่าออสเตรเลีย ไม่ได้จำกัดอายุในการไปเรียนภาษาเลยแม้แต่นิดเดียวเคสที่พี่เจอนั้นเป็นคุณอา อายุประมาณ 49 ปี พื้นฐานจบ การศึกษาระดับ ปวช. หน้าที่การงานรับจ้างทั่วไป ไม่มีบัญชีเป็นของตัวเองและคุณอามีความสนใจอยากจะไปเรียน ภาษาและต่อหลักสูตรวิชาชีพด้านธุรกิจที่ประเทศออสเตรเลีย เท่าที่ฟังจากประวัติคุณอาแล้วต้องบอกเลยว่าค่อนข้าง ยากมากที่วีซ่าจะผ่าน ทั้งอายุเยอะ อาชีพการงานดูไม่มั่นคงและไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการที่จะไปเรียนภาษาอังกฤษเลย แม้แต่น้อย แต่ด้วยความที่คุณอามีความตั้งใจจริงทางเราก็ยินดีที่จะช่วยดูแลทำเรื่องให้คุณอาอย่างสุดความสามารถ เราจึงมาเริ่มเตรียมเอกสารยื่นวีซ่ากันค่ะ

สำหรับเอกสารที่ใช้ในการยื่นวีซ่านักเรียนนั้น หลักๆ ที่ทุกคนต้องมีคือ

  • 1. หนังสือเดินทางหรือที่เรียกว่าพาสปอร์ต
  • 2. รูปถ่ายพื้นหลังสีขาว 2 นิ้ว
  • 3. หนังสือตอบรับจากทางโรงเรียนหรือที่เรียกว่า COE
  • 4. สำเนาบัตรประชาชน
  • 5. สำเนาทะเบียนบ้าน
  • 6. ผลการเรียนและใบรับรองการศึกษาจากทางสถาบันศึกษาตัวจริง
  • 7. ใบรับรองการทำงาน เป็นไปได้ควรยื่นตั้งแต่เรียนจบมาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากที่คุณอาได้เตรียมเอกสารในเบื้องต้นมาพร้อมกับเอกสารจากผู้สนับสนุนทางการเงินแล้วนั้น พี่จะก็จัดการ ตรวจดูเอกสารทั้งหมดอีกครั้งว่ามีส่วนไหนต้องเพิ่มเติมหรือแก้ไขจากนั้นพี่ก็จะต้องทำการแปลเอกสารที่เป็นภาษาไทย ให้เป็นภาษาอังกฤษทุกฉบับ เพราะการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลียนั้นเอกสารควรเป็นภาษาอังกฤษค่ะ
มาถึงเอกสารอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั้นคือ จดหมายชี้แจงจุดประสงค์ของการไปศึกษาต่อ ด้วยความที่ประวัติของคุณอา ไม่ค่อยจะดีนัก เราจึงเครียดหนักกับการเขียนจดหมายครั้งนี้มาก เพราะพี่เชื่อว่าจดหมายตัวนี้สามารถชี้วัดเรื่องของวีซ่า กันได้เลยว่าจะผ่านไม่ผ่าน แถมถ้าเราเขียนได้ครอบคลุมหละก็จะลดความเสี่ยงที่สถานทูตจะโทรไปสัมภาษณ์นักเรียน โดยตรง การเขียนจดหมายชี้แจ้งนี้จึงสำคัญที่สุด พี่ขอแนะนำว่าน้องๆ ทุกคนควรเล่าประวัติของตัวเองตั้งแต่เรียนจบมา จนถึงปัจจุบัน เคยทำงานที่ไหนบ้าง เคยทำอะไรมาบ้าง พยายามอย่าให้เห็นช่วงเวลาที่หายไป และเหตุผลที่จะต้องไป เรียนไม่ว่าเราจะสมัครหลักสูตรอะไรก็ตาม แต่เหตุผลที่จะไปเรียนนั้นต้องสอดคล้องประวัติและการดำเนินชีวิตของเรา ให้มากที่สุด หรือความใฝ่ ฝันในอนาคตข้างหน้าว่าอยากจะทำอะไรเป็นอะไรก็ควรจะดึงเหตุผลพวกนี้เขียนออกมาให้ สถานทูตเห็นว่าเรามีเป้าหมายและมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะไปเรียนต่อนะคะ
หลังจากที่เอกสารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พี่ก็ทำการนัดคิวกับเจ้าหน้าที่ VFS เพื่อขอเข้าไปยื่นวีซ่า การยื่นวีซ่าประเทศ ออสเตรเลียนั้น นักเรียนหรือผู้ที่จะเดินทางไม่จำเป็นต้องไปยื่นด้วยตัวเองนะคะ พี่จะไปดำเนินการให้ทุกอย่าง พอ หลังจากยื่นวีซ่าเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นรอประมาณ 3 – 5 วันทำการ สถานทูตก็ได้มีการส่งอีเมล์มาหาเราเพื่อแจ้งให้ คุณอาไปทำการตรวจสุขภาพค่ะ ทางเราก็ไม่รอช้าโทรแจ้งให้คุณอารีบเดินทางมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยการตรวจสุขภาพนั้นเอกสารที่จะต้องเตรียมไปด้วยคือหนังสือเดินทางเล่มจริงและใบ Health Examination List ที่ ทางสถานทูตส่งให้ค่ะ การตรวจสุขภาพจะตรวจแค่ปัสสาวะกับเอ็กซเรย์ปอด ถ้าน้องๆ คนไหนที่เป็นผู้หญิงก็อาจจะต้อง ดูในเรื่องของประจำเดือนกันอีกทีนะค่ะ พอหลังจากที่คุณอาตรวจสุขภาพเสร็จเรียบร้อยก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เลยค่ะ ผลการตรวจสุขภาพทางโรงพยาบาลจะส่งไปที่สถานทูตเองคะ ระหว่างนี้ก็เป็นช่วงลุ้นระทึกกันว่าการอนุมัติวีซ่า นักเรียนนั้นจะออกมาอย่างไรและเมื่อไหร่ซึ่งปรกติก็จะใช้เวลาไม่นานหลังจากที่เราไปตรวจสุขภาพแล้วค่ะ

NIET Brisbane, Eight Mile Plains

  • ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมือง Brisbane เป็นวิทยาเขตที่ห้องเรียนสำหรับหลักสูตรการนวดและการทำอาหาร
  • พร้อมกับคาเฟ่ให้กับนักเรียนได้มีโอกาสพักผ่อนหย่อนใจหลังเลิกเรียน
 
โปรโมชั่น | Promotions
  • General English ระดับ Elementary กับ Pre- Intermediate วันอังคาร - ศุกร์ 09.00-14.30 น. 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • General English ระดับ Intermediate - Advanced วันอังคาร - ศุกร์ 12.00-17.00 น. 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • ค่าเล่าเรียน $220 ต่อสัปดาห์
  • พิเศษ เมื่อสมัครเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ + VET Course ฟรี !! ค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียน $630
ค่าเล่าเรียนหลักสูตร ระยะเวลาเรียน ราคาค่าเล่าเรียน ราคาเงินบาทประมาณ
General English 4 สัปดาห์ $880 ฿22,000
12 สัปดาห์ $2,640 ฿66,000
24 สัปดาห์ $5,280 ฿132,000
36 สัปดาห์ $7,920 ฿198,000

*ราคาข้างต้น คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน $AUD1 = 25 บาท

**ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ช่วงเวลานั้นๆ

ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

วีซ่าออสเตรเลีย

เบลแชร์ประสบการณ์ขอวีซ่านักเรียน ประเทศออสเตรเลีย สำหรับนักเรียนที่มีอายุเกิน 35 ปี

สวัสดีจ้า วันนี้พี่มีประสบการณ์การยื่นขอวีซ่าประเทศออสเตรเลียมาเป็นแนวทางให้กับน้องๆ ทุกคน ที่กำลังสนใจจะไป เรียนต่อ สำหรับประเทศออสเตรเลียนั้นเป็นอีกประเทศที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ เพราะว่าออสเตรเลียเป็นประเทศที่ มีความปลอดภัยสูง ค่าครองชีพก็ไม่โหดร้ายจนเกินไปอีกทั้งยังไม่ไกลจากบ้านเราอีกด้วยค่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

วันนี้พี่มีเคสตัวอย่างมาบอกต่อให้กับน้องๆ ที่กำลังสนใจไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ขอบอกเลยว่าออสเตรเลีย ไม่ได้จำกัดอายุในการไปเรียนภาษาเลยแม้แต่นิดเดียวเคสที่พี่เจอนั้นเป็นคุณอา อายุประมาณ 49 ปี พื้นฐานจบ การศึกษาระดับ ปวช. หน้าที่การงานรับจ้างทั่วไป ไม่มีบัญชีเป็นของตัวเองและคุณอามีความสนใจอยากจะไปเรียน ภาษาและต่อหลักสูตรวิชาชีพด้านธุรกิจที่ประเทศออสเตรเลีย เท่าที่ฟังจากประวัติคุณอาแล้วต้องบอกเลยว่าค่อนข้าง ยากมากที่วีซ่าจะผ่าน ทั้งอายุเยอะ อาชีพการงานดูไม่มั่นคงและไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการที่จะไปเรียนภาษาอังกฤษเลย แม้แต่น้อย แต่ด้วยความที่คุณอามีความตั้งใจจริงทางเราก็ยินดีที่จะช่วยดูแลทำเรื่องให้คุณอาอย่างสุดความสามารถ เราจึงมาเริ่มเตรียมเอกสารยื่นวีซ่ากันค่ะ

สำหรับเอกสารที่ใช้ในการยื่นวีซ่านักเรียนนั้น หลักๆ ที่ทุกคนต้องมีคือ

  • 1. หนังสือเดินทางหรือที่เรียกว่าพาสปอร์ต
  • 2. รูปถ่ายพื้นหลังสีขาว 2 นิ้ว
  • 3. หนังสือตอบรับจากทางโรงเรียนหรือที่เรียกว่า COE
  • 4. สำเนาบัตรประชาชน
  • 5. สำเนาทะเบียนบ้าน
  • 6. ผลการเรียนและใบรับรองการศึกษาจากทางสถาบันศึกษาตัวจริง
  • 7. ใบรับรองการทำงาน เป็นไปได้ควรยื่นตั้งแต่เรียนจบมาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากที่คุณอาได้เตรียมเอกสารในเบื้องต้นมาพร้อมกับเอกสารจากผู้สนับสนุนทางการเงินแล้วนั้น พี่จะก็จัดการ ตรวจดูเอกสารทั้งหมดอีกครั้งว่ามีส่วนไหนต้องเพิ่มเติมหรือแก้ไขจากนั้นพี่ก็จะต้องทำการแปลเอกสารที่เป็นภาษาไทย ให้เป็นภาษาอังกฤษทุกฉบับ เพราะการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลียนั้นเอกสารควรเป็นภาษาอังกฤษค่ะ
มาถึงเอกสารอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั้นคือ จดหมายชี้แจงจุดประสงค์ของการไปศึกษาต่อ ด้วยความที่ประวัติของคุณอา ไม่ค่อยจะดีนัก เราจึงเครียดหนักกับการเขียนจดหมายครั้งนี้มาก เพราะพี่เชื่อว่าจดหมายตัวนี้สามารถชี้วัดเรื่องของวีซ่า กันได้เลยว่าจะผ่านไม่ผ่าน แถมถ้าเราเขียนได้ครอบคลุมหละก็จะลดความเสี่ยงที่สถานทูตจะโทรไปสัมภาษณ์นักเรียน โดยตรง การเขียนจดหมายชี้แจ้งนี้จึงสำคัญที่สุด พี่ขอแนะนำว่าน้องๆ ทุกคนควรเล่าประวัติของตัวเองตั้งแต่เรียนจบมา จนถึงปัจจุบัน เคยทำงานที่ไหนบ้าง เคยทำอะไรมาบ้าง พยายามอย่าให้เห็นช่วงเวลาที่หายไป และเหตุผลที่จะต้องไป เรียนไม่ว่าเราจะสมัครหลักสูตรอะไรก็ตาม แต่เหตุผลที่จะไปเรียนนั้นต้องสอดคล้องประวัติและการดำเนินชีวิตของเรา ให้มากที่สุด หรือความใฝ่ ฝันในอนาคตข้างหน้าว่าอยากจะทำอะไรเป็นอะไรก็ควรจะดึงเหตุผลพวกนี้เขียนออกมาให้ สถานทูตเห็นว่าเรามีเป้าหมายและมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะไปเรียนต่อนะคะ
หลังจากที่เอกสารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พี่ก็ทำการนัดคิวกับเจ้าหน้าที่ VFS เพื่อขอเข้าไปยื่นวีซ่า การยื่นวีซ่าประเทศ ออสเตรเลียนั้น นักเรียนหรือผู้ที่จะเดินทางไม่จำเป็นต้องไปยื่นด้วยตัวเองนะคะ พี่จะไปดำเนินการให้ทุกอย่าง พอ หลังจากยื่นวีซ่าเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นรอประมาณ 3 – 5 วันทำการ สถานทูตก็ได้มีการส่งอีเมล์มาหาเราเพื่อแจ้งให้ คุณอาไปทำการตรวจสุขภาพค่ะ ทางเราก็ไม่รอช้าโทรแจ้งให้คุณอารีบเดินทางมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยการตรวจสุขภาพนั้นเอกสารที่จะต้องเตรียมไปด้วยคือหนังสือเดินทางเล่มจริงและใบ Health Examination List ที่ ทางสถานทูตส่งให้ค่ะ การตรวจสุขภาพจะตรวจแค่ปัสสาวะกับเอ็กซเรย์ปอด ถ้าน้องๆ คนไหนที่เป็นผู้หญิงก็อาจจะต้อง ดูในเรื่องของประจำเดือนกันอีกทีนะค่ะ พอหลังจากที่คุณอาตรวจสุขภาพเสร็จเรียบร้อยก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เลยค่ะ ผลการตรวจสุขภาพทางโรงพยาบาลจะส่งไปที่สถานทูตเองคะ ระหว่างนี้ก็เป็นช่วงลุ้นระทึกกันว่าการอนุมัติวีซ่า นักเรียนนั้นจะออกมาอย่างไรและเมื่อไหร่ซึ่งปรกติก็จะใช้เวลาไม่นานหลังจากที่เราไปตรวจสุขภาพแล้วค่ะ

NIET Hobart

  • ตั้งอยู่ในย่าน Salamanca Place เป็นวิทยาเขตสอนวีชาชีพที่ใหญ่ที่สุดของรัฐแทสเมเนีย
  • ตั้งอยู่บนอาคารสูง 4 ชั้น สามารถมองเห็นวิวแม่น้ำ Derwent อันสวยงามของเมือง
 
โปรโมชั่น | Promotions
  • General English ระดับ Elementary กับ Pre- Intermediate วันอังคาร - ศุกร์ 09.00-14.30 น. 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • General English ระดับ Intermediate - Advanced วันอังคาร - ศุกร์ 12.00-17.00 น. 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • ค่าเล่าเรียน $220 ต่อสัปดาห์
  • พิเศษ เมื่อสมัครเรียนหลักสูตรภาษาอังกฤษ + VET Course ฟรี !! ค่าธรรมเนียมวีซ่านักเรียน $630
ค่าเล่าเรียนหลักสูตร ระยะเวลาเรียน ราคาค่าเล่าเรียน ราคาเงินบาทประมาณ
General English 4 สัปดาห์ $880 ฿22,000
12 สัปดาห์ $2,640 ฿66,000
24 สัปดาห์ $5,280 ฿132,000
36 สัปดาห์ $7,920 ฿198,000

*ราคาข้างต้น คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน $AUD1 = 25 บาท

**ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ช่วงเวลานั้นๆ

ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

วีซ่าออสเตรเลีย

เบลแชร์ประสบการณ์ขอวีซ่านักเรียน ประเทศออสเตรเลีย สำหรับนักเรียนที่มีอายุเกิน 35 ปี

สวัสดีจ้า วันนี้พี่มีประสบการณ์การยื่นขอวีซ่าประเทศออสเตรเลียมาเป็นแนวทางให้กับน้องๆ ทุกคน ที่กำลังสนใจจะไป เรียนต่อ สำหรับประเทศออสเตรเลียนั้นเป็นอีกประเทศที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ เพราะว่าออสเตรเลียเป็นประเทศที่ มีความปลอดภัยสูง ค่าครองชีพก็ไม่โหดร้ายจนเกินไปอีกทั้งยังไม่ไกลจากบ้านเราอีกด้วยค่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า

วันนี้พี่มีเคสตัวอย่างมาบอกต่อให้กับน้องๆ ที่กำลังสนใจไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ขอบอกเลยว่าออสเตรเลีย ไม่ได้จำกัดอายุในการไปเรียนภาษาเลยแม้แต่นิดเดียวเคสที่พี่เจอนั้นเป็นคุณอา อายุประมาณ 49 ปี พื้นฐานจบ การศึกษาระดับ ปวช. หน้าที่การงานรับจ้างทั่วไป ไม่มีบัญชีเป็นของตัวเองและคุณอามีความสนใจอยากจะไปเรียน ภาษาและต่อหลักสูตรวิชาชีพด้านธุรกิจที่ประเทศออสเตรเลีย เท่าที่ฟังจากประวัติคุณอาแล้วต้องบอกเลยว่าค่อนข้าง ยากมากที่วีซ่าจะผ่าน ทั้งอายุเยอะ อาชีพการงานดูไม่มั่นคงและไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการที่จะไปเรียนภาษาอังกฤษเลย แม้แต่น้อย แต่ด้วยความที่คุณอามีความตั้งใจจริงทางเราก็ยินดีที่จะช่วยดูแลทำเรื่องให้คุณอาอย่างสุดความสามารถ เราจึงมาเริ่มเตรียมเอกสารยื่นวีซ่ากันค่ะ

สำหรับเอกสารที่ใช้ในการยื่นวีซ่านักเรียนนั้น หลักๆ ที่ทุกคนต้องมีคือ

  • 1. หนังสือเดินทางหรือที่เรียกว่าพาสปอร์ต
  • 2. รูปถ่ายพื้นหลังสีขาว 2 นิ้ว
  • 3. หนังสือตอบรับจากทางโรงเรียนหรือที่เรียกว่า COE
  • 4. สำเนาบัตรประชาชน
  • 5. สำเนาทะเบียนบ้าน
  • 6. ผลการเรียนและใบรับรองการศึกษาจากทางสถาบันศึกษาตัวจริง
  • 7. ใบรับรองการทำงาน เป็นไปได้ควรยื่นตั้งแต่เรียนจบมาจนถึงปัจจุบัน
หลังจากที่คุณอาได้เตรียมเอกสารในเบื้องต้นมาพร้อมกับเอกสารจากผู้สนับสนุนทางการเงินแล้วนั้น พี่จะก็จัดการ ตรวจดูเอกสารทั้งหมดอีกครั้งว่ามีส่วนไหนต้องเพิ่มเติมหรือแก้ไขจากนั้นพี่ก็จะต้องทำการแปลเอกสารที่เป็นภาษาไทย ให้เป็นภาษาอังกฤษทุกฉบับ เพราะการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลียนั้นเอกสารควรเป็นภาษาอังกฤษค่ะ
มาถึงเอกสารอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั้นคือ จดหมายชี้แจงจุดประสงค์ของการไปศึกษาต่อ ด้วยความที่ประวัติของคุณอา ไม่ค่อยจะดีนัก เราจึงเครียดหนักกับการเขียนจดหมายครั้งนี้มาก เพราะพี่เชื่อว่าจดหมายตัวนี้สามารถชี้วัดเรื่องของวีซ่า กันได้เลยว่าจะผ่านไม่ผ่าน แถมถ้าเราเขียนได้ครอบคลุมหละก็จะลดความเสี่ยงที่สถานทูตจะโทรไปสัมภาษณ์นักเรียน โดยตรง การเขียนจดหมายชี้แจ้งนี้จึงสำคัญที่สุด พี่ขอแนะนำว่าน้องๆ ทุกคนควรเล่าประวัติของตัวเองตั้งแต่เรียนจบมา จนถึงปัจจุบัน เคยทำงานที่ไหนบ้าง เคยทำอะไรมาบ้าง พยายามอย่าให้เห็นช่วงเวลาที่หายไป และเหตุผลที่จะต้องไป เรียนไม่ว่าเราจะสมัครหลักสูตรอะไรก็ตาม แต่เหตุผลที่จะไปเรียนนั้นต้องสอดคล้องประวัติและการดำเนินชีวิตของเรา ให้มากที่สุด หรือความใฝ่ ฝันในอนาคตข้างหน้าว่าอยากจะทำอะไรเป็นอะไรก็ควรจะดึงเหตุผลพวกนี้เขียนออกมาให้ สถานทูตเห็นว่าเรามีเป้าหมายและมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะไปเรียนต่อนะคะ
หลังจากที่เอกสารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พี่ก็ทำการนัดคิวกับเจ้าหน้าที่ VFS เพื่อขอเข้าไปยื่นวีซ่า การยื่นวีซ่าประเทศ ออสเตรเลียนั้น นักเรียนหรือผู้ที่จะเดินทางไม่จำเป็นต้องไปยื่นด้วยตัวเองนะคะ พี่จะไปดำเนินการให้ทุกอย่าง พอ หลังจากยื่นวีซ่าเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นรอประมาณ 3 – 5 วันทำการ สถานทูตก็ได้มีการส่งอีเมล์มาหาเราเพื่อแจ้งให้ คุณอาไปทำการตรวจสุขภาพค่ะ ทางเราก็ไม่รอช้าโทรแจ้งให้คุณอารีบเดินทางมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยการตรวจสุขภาพนั้นเอกสารที่จะต้องเตรียมไปด้วยคือหนังสือเดินทางเล่มจริงและใบ Health Examination List ที่ ทางสถานทูตส่งให้ค่ะ การตรวจสุขภาพจะตรวจแค่ปัสสาวะกับเอ็กซเรย์ปอด ถ้าน้องๆ คนไหนที่เป็นผู้หญิงก็อาจจะต้อง ดูในเรื่องของประจำเดือนกันอีกทีนะค่ะ พอหลังจากที่คุณอาตรวจสุขภาพเสร็จเรียบร้อยก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เลยค่ะ ผลการตรวจสุขภาพทางโรงพยาบาลจะส่งไปที่สถานทูตเองคะ ระหว่างนี้ก็เป็นช่วงลุ้นระทึกกันว่าการอนุมัติวีซ่า นักเรียนนั้นจะออกมาอย่างไรและเมื่อไหร่ซึ่งปรกติก็จะใช้เวลาไม่นานหลังจากที่เราไปตรวจสุขภาพแล้วค่ะ