สาขาแรกของสถาบัน ILSC ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองที่สะดวกสบาย มองเห็นสวนสาธารณะที่สวยงาม
ต้อนรับนักเรียนด้วยกิจกรรม BBQ และ Chit Chat Club ประจำทุกสัปดาห์
อีกทั้งยังมีสอน Barista Skills สำหรับคนที่สนใจทำงานในสาย Café อีกด้วย
ข้อมูลทั่วไป
รับนักเรียนอายุ 16 ปีขึ้นไป
จำกัดนักเรียนสูงสุดไม่เกิน 18 คนต่อห้อง
จำนวนนักเรียนทั้งหมด 504 คน
โปรโมชั่น | Promotions
- Full – Time Morning วันจันทร์ - วันศุกร์ 08.30 น. – 13.00 น. 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
- ค่าเล่าเรียน $260 ต่อสัปดาห์
- สมัครเรียน 24 สัปดาห์ขึ้นไป ฟรี!! ค่าสมัคร $230
- สมัครเรียน 1-23 สัปดาห์ ค่าสมัคร $150 (Non-Refundable)
ค่าเล่าเรียนหลักสูตร |
ระยะเวลาเรียน |
ราคาค่าเล่าเรียน |
ราคาเงินบาทประมาณ |
Full Time Morning |
4 สัปดาห์ |
$1,040 |
฿26,000 |
12 สัปดาห์ |
$3,120 |
฿78,000 |
24 สัปดาห์ |
$6,240 |
฿156,000 |
36 สัปดาห์ |
$9,360 |
฿234,000 |
*ราคาข้างต้น คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน $AUD1 = 25 บาท
**ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ช่วงเวลานั้นๆ
ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
<div class="sub-title"><img src="../../album/upload/e20515848c3dac8ce6b3c768840f0ec6.png" alt="" width="36" height="34" /> วีซ่าออสเตรเลีย</div>
<div class="detail-box">
<h1 style="text-align: justify;">เบลแชร์ประสบการณ์ขอวีซ่านักเรียน ประเทศออสเตรเลีย สำหรับนักเรียนที่มีอายุเกิน 35 ปี</h1>
สวัสดีจ้า วันนี้พี่มีประสบการณ์การยื่นขอวีซ่าประเทศออสเตรเลียมาเป็นแนวทางให้กับน้องๆ ทุกคน ที่กำลังสนใจจะไป เรียนต่อ สำหรับประเทศออสเตรเลียนั้นเป็นอีกประเทศที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ เพราะว่าออสเตรเลียเป็นประเทศที่ มีความปลอดภัยสูง ค่าครองชีพก็ไม่โหดร้ายจนเกินไปอีกทั้งยังไม่ไกลจากบ้านเราอีกด้วยค่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า <br /><br /> วันนี้พี่มีเคสตัวอย่างมาบอกต่อให้กับน้องๆ ที่กำลังสนใจไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ขอบอกเลยว่าออสเตรเลีย ไม่ได้จำกัดอายุในการไปเรียนภาษาเลยแม้แต่นิดเดียวเคสที่พี่เจอนั้นเป็นคุณอา อายุประมาณ 49 ปี พื้นฐานจบ การศึกษาระดับ ปวช. หน้าที่การงานรับจ้างทั่วไป ไม่มีบัญชีเป็นของตัวเองและคุณอามีความสนใจอยากจะไปเรียน ภาษาและต่อหลักสูตรวิชาชีพด้านธุรกิจที่ประเทศออสเตรเลีย เท่าที่ฟังจากประวัติคุณอาแล้วต้องบอกเลยว่าค่อนข้าง ยากมากที่วีซ่าจะผ่าน ทั้งอายุเยอะ อาชีพการงานดูไม่มั่นคงและไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการที่จะไปเรียนภาษาอังกฤษเลย แม้แต่น้อย แต่ด้วยความที่คุณอามีความตั้งใจจริงทางเราก็ยินดีที่จะช่วยดูแลทำเรื่องให้คุณอาอย่างสุดความสามารถ เราจึงมาเริ่มเตรียมเอกสารยื่นวีซ่ากันค่ะ</div>
<div class="detail-box" style="text-align: justify;">
<h1>สำหรับเอกสารที่ใช้ในการยื่นวีซ่านักเรียนนั้น หลักๆ ที่ทุกคนต้องมีคือ</h1>
<ul>
<li>1. หนังสือเดินทางหรือที่เรียกว่าพาสปอร์ต</li>
<li>2. รูปถ่ายพื้นหลังสีขาว 2 นิ้ว</li>
<li>3. หนังสือตอบรับจากทางโรงเรียนหรือที่เรียกว่า COE</li>
<li>4. สำเนาบัตรประชาชน</li>
<li>5. สำเนาทะเบียนบ้าน</li>
<li>6. ผลการเรียนและใบรับรองการศึกษาจากทางสถาบันศึกษาตัวจริง</li>
<li>7. ใบรับรองการทำงาน เป็นไปได้ควรยื่นตั้งแต่เรียนจบมาจนถึงปัจจุบัน</li>
</ul>
</div>
<div class="detail-box" style="text-align: justify;">หลังจากที่คุณอาได้เตรียมเอกสารในเบื้องต้นมาพร้อมกับเอกสารจากผู้สนับสนุนทางการเงินแล้วนั้น พี่จะก็จัดการ ตรวจดูเอกสารทั้งหมดอีกครั้งว่ามีส่วนไหนต้องเพิ่มเติมหรือแก้ไขจากนั้นพี่ก็จะต้องทำการแปลเอกสารที่เป็นภาษาไทย ให้เป็นภาษาอังกฤษทุกฉบับ เพราะการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลียนั้นเอกสารควรเป็นภาษาอังกฤษค่ะ</div>
<div class="detail-box" style="text-align: justify;">มาถึงเอกสารอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั้นคือ จดหมายชี้แจงจุดประสงค์ของการไปศึกษาต่อ ด้วยความที่ประวัติของคุณอา ไม่ค่อยจะดีนัก เราจึงเครียดหนักกับการเขียนจดหมายครั้งนี้มาก เพราะพี่เชื่อว่าจดหมายตัวนี้สามารถชี้วัดเรื่องของวีซ่า กันได้เลยว่าจะผ่านไม่ผ่าน แถมถ้าเราเขียนได้ครอบคลุมหละก็จะลดความเสี่ยงที่สถานทูตจะโทรไปสัมภาษณ์นักเรียน โดยตรง การเขียนจดหมายชี้แจ้งนี้จึงสำคัญที่สุด พี่ขอแนะนำว่าน้องๆ ทุกคนควรเล่าประวัติของตัวเองตั้งแต่เรียนจบมา จนถึงปัจจุบัน เคยทำงานที่ไหนบ้าง เคยทำอะไรมาบ้าง พยายามอย่าให้เห็นช่วงเวลาที่หายไป และเหตุผลที่จะต้องไป เรียนไม่ว่าเราจะสมัครหลักสูตรอะไรก็ตาม แต่เหตุผลที่จะไปเรียนนั้นต้องสอดคล้องประวัติและการดำเนินชีวิตของเรา ให้มากที่สุด หรือความใฝ่ ฝันในอนาคตข้างหน้าว่าอยากจะทำอะไรเป็นอะไรก็ควรจะดึงเหตุผลพวกนี้เขียนออกมาให้ สถานทูตเห็นว่าเรามีเป้าหมายและมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะไปเรียนต่อนะคะ</div>
<div class="detail-box" style="text-align: justify;">หลังจากที่เอกสารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พี่ก็ทำการนัดคิวกับเจ้าหน้าที่ VFS เพื่อขอเข้าไปยื่นวีซ่า การยื่นวีซ่าประเทศ ออสเตรเลียนั้น นักเรียนหรือผู้ที่จะเดินทางไม่จำเป็นต้องไปยื่นด้วยตัวเองนะคะ พี่จะไปดำเนินการให้ทุกอย่าง พอ หลังจากยื่นวีซ่าเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นรอประมาณ 3 – 5 วันทำการ สถานทูตก็ได้มีการส่งอีเมล์มาหาเราเพื่อแจ้งให้ คุณอาไปทำการตรวจสุขภาพค่ะ ทางเราก็ไม่รอช้าโทรแจ้งให้คุณอารีบเดินทางมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยการตรวจสุขภาพนั้นเอกสารที่จะต้องเตรียมไปด้วยคือหนังสือเดินทางเล่มจริงและใบ Health Examination List ที่ ทางสถานทูตส่งให้ค่ะ การตรวจสุขภาพจะตรวจแค่ปัสสาวะกับเอ็กซเรย์ปอด ถ้าน้องๆ คนไหนที่เป็นผู้หญิงก็อาจจะต้อง ดูในเรื่องของประจำเดือนกันอีกทีนะค่ะ พอหลังจากที่คุณอาตรวจสุขภาพเสร็จเรียบร้อยก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เลยค่ะ ผลการตรวจสุขภาพทางโรงพยาบาลจะส่งไปที่สถานทูตเองคะ ระหว่างนี้ก็เป็นช่วงลุ้นระทึกกันว่าการอนุมัติวีซ่า นักเรียนนั้นจะออกมาอย่างไรและเมื่อไหร่ซึ่งปรกติก็จะใช้เวลาไม่นานหลังจากที่เราไปตรวจสุขภาพแล้วค่ะ</div>