เรียนต่อออสเตรเลีย

International Language School of Canada (ILSC)

<p style="text-align: justify;">สถาบันสอนภาษาอังกฤษชื่อดัง มีประสบการณ์ในการสอนมานานกว่า 30 ปี ปัจจุบันมีทั้งหมด 4 สาขาประกอบด้วย Sydney, Melbourne, Brisbane และ Adelaide</p> <p style="text-align: justify;">สถาบัน ILSC หรือที่เรียกชื่อเต็มว่า International Language School of Canada ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1991 มีสาขาใน โลก 9 สาขา มีในประเทศแคนนาดา อเมริกา ออสเตรเลียและอินเดีย ILSC เป็นที่รู้จักกันมานานและมีชื่อเสียงมากใน เด็กต่างชาติ ด้วยโรงเรียนที่มีหลักสูตรให้เลือกเรียนได้หลากหลายและมีเจ้าหน้าที่ที่คอยดูแลให้บริการกับเด็กต่างชาติ อย่างใกล้ชิด</p> <p style="text-align: justify;"><span style="color: #333399;"><strong>จุดเด่น</strong></span></p> <p style="text-align: justify;">นักเรียนสามารถกำหนดวิชาที่ต้องการเรียนได้ด้วยตัวเอง 2 วิชาต่อเทอม โดยมีวิชาให้นักเรียนเลือกเรียนมากถึง 150 กว่าวิชา ซึ่งวิชาที่เปิดสอน จะแบ่งเป็น 4 หมวด ได้แก่&nbsp;Foundation &amp; Communication, Academic Test &amp; University Preparation, Business English&nbsp;และ Creative &amp; Cultural English นอกจากนี้ทางสถาบัน ILSC ยังได้มีการสร้าง MY ILSC Application&nbsp;ของโรงเรียนเอาไว้ให้กับนักเรียน เพื่อสามารถให้เข้าไปดูข้อมูลต่างๆของนักเรียนได้อย่างง่ายดาย&nbsp;อาทิ การเตรียมตัวก่อนเดินทาง ตารางสอน ผลการเรียน และการบ้าน เป็นต้น</p>

ILSC SCHOOL Sydney

  • ตั้งอยู่ใจกลางเมือง CBD ติดกับสถานีรถไฟ Town Hall Station
  • บริเวณโรงเรียนเป็นแหล่งช้อปปิ้ง ใกล้กับห้าง Queen Victoria Building
  • ซึ่งเป็นห้างเก่าแก่ประจำเมือง Sydney ภายในโรงเรียนกว้างขว้าง มีการตกแต่งสไตล์ Modern
 
ข้อมูลทั่วไป
  • รับนักเรียนอายุ 16 ปีขึ้นไป
  • จำกัดนักเรียนสูงสุดไม่เกิน 18 คนต่อห้อง
  • จำนวนนักเรียนทั้งหมด 576 คน

โปรโมชั่น | Promotions
  • Full – Time Morning วันจันทร์ - วันศุกร์ 08.30 น. – 13.00 น. 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • ค่าเล่าเรียน $260 ต่อสัปดาห์
  • สมัครเรียน 24 สัปดาห์ขึ้นไป ฟรี!! ค่าสมัคร $230
  • สมัครเรียน 1-23 สัปดาห์ ค่าสมัคร $150 (Non-Refundable)
ค่าเล่าเรียนหลักสูตร ระยะเวลาเรียน ราคาค่าเล่าเรียน ราคาเงินบาทประมาณ
Full Time Morning 4 สัปดาห์ $1,040 ฿26,000
12 สัปดาห์ $3,120 ฿78,000
24 สัปดาห์ $6,240 ฿156,000
36 สัปดาห์ $9,360 ฿234,000

*ราคาข้างต้น คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน $AUD1 = 25 บาท

**ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ช่วงเวลานั้นๆ

ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

<div class="sub-title"><img src="../../album/upload/e20515848c3dac8ce6b3c768840f0ec6.png" alt="" width="36" height="34" /> วีซ่าออสเตรเลีย</div> <div class="detail-box"> <h1 style="text-align: justify;">เบลแชร์ประสบการณ์ขอวีซ่านักเรียน ประเทศออสเตรเลีย สำหรับนักเรียนที่มีอายุเกิน 35 ปี</h1> สวัสดีจ้า วันนี้พี่มีประสบการณ์การยื่นขอวีซ่าประเทศออสเตรเลียมาเป็นแนวทางให้กับน้องๆ ทุกคน ที่กำลังสนใจจะไป เรียนต่อ สำหรับประเทศออสเตรเลียนั้นเป็นอีกประเทศที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ เพราะว่าออสเตรเลียเป็นประเทศที่ มีความปลอดภัยสูง ค่าครองชีพก็ไม่โหดร้ายจนเกินไปอีกทั้งยังไม่ไกลจากบ้านเราอีกด้วยค่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า <br /><br /> วันนี้พี่มีเคสตัวอย่างมาบอกต่อให้กับน้องๆ ที่กำลังสนใจไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ขอบอกเลยว่าออสเตรเลีย ไม่ได้จำกัดอายุในการไปเรียนภาษาเลยแม้แต่นิดเดียวเคสที่พี่เจอนั้นเป็นคุณอา อายุประมาณ 49 ปี พื้นฐานจบ การศึกษาระดับ ปวช. หน้าที่การงานรับจ้างทั่วไป ไม่มีบัญชีเป็นของตัวเองและคุณอามีความสนใจอยากจะไปเรียน ภาษาและต่อหลักสูตรวิชาชีพด้านธุรกิจที่ประเทศออสเตรเลีย เท่าที่ฟังจากประวัติคุณอาแล้วต้องบอกเลยว่าค่อนข้าง ยากมากที่วีซ่าจะผ่าน ทั้งอายุเยอะ อาชีพการงานดูไม่มั่นคงและไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการที่จะไปเรียนภาษาอังกฤษเลย แม้แต่น้อย แต่ด้วยความที่คุณอามีความตั้งใจจริงทางเราก็ยินดีที่จะช่วยดูแลทำเรื่องให้คุณอาอย่างสุดความสามารถ เราจึงมาเริ่มเตรียมเอกสารยื่นวีซ่ากันค่ะ</div> <div class="detail-box" style="text-align: justify;"> <h1>สำหรับเอกสารที่ใช้ในการยื่นวีซ่านักเรียนนั้น หลักๆ ที่ทุกคนต้องมีคือ</h1> <ul> <li>1. หนังสือเดินทางหรือที่เรียกว่าพาสปอร์ต</li> <li>2. รูปถ่ายพื้นหลังสีขาว 2 นิ้ว</li> <li>3. หนังสือตอบรับจากทางโรงเรียนหรือที่เรียกว่า COE</li> <li>4. สำเนาบัตรประชาชน</li> <li>5. สำเนาทะเบียนบ้าน</li> <li>6. ผลการเรียนและใบรับรองการศึกษาจากทางสถาบันศึกษาตัวจริง</li> <li>7. ใบรับรองการทำงาน เป็นไปได้ควรยื่นตั้งแต่เรียนจบมาจนถึงปัจจุบัน</li> </ul> </div> <div class="detail-box" style="text-align: justify;">หลังจากที่คุณอาได้เตรียมเอกสารในเบื้องต้นมาพร้อมกับเอกสารจากผู้สนับสนุนทางการเงินแล้วนั้น พี่จะก็จัดการ ตรวจดูเอกสารทั้งหมดอีกครั้งว่ามีส่วนไหนต้องเพิ่มเติมหรือแก้ไขจากนั้นพี่ก็จะต้องทำการแปลเอกสารที่เป็นภาษาไทย ให้เป็นภาษาอังกฤษทุกฉบับ เพราะการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลียนั้นเอกสารควรเป็นภาษาอังกฤษค่ะ</div> <div class="detail-box" style="text-align: justify;">มาถึงเอกสารอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั้นคือ จดหมายชี้แจงจุดประสงค์ของการไปศึกษาต่อ ด้วยความที่ประวัติของคุณอา ไม่ค่อยจะดีนัก เราจึงเครียดหนักกับการเขียนจดหมายครั้งนี้มาก เพราะพี่เชื่อว่าจดหมายตัวนี้สามารถชี้วัดเรื่องของวีซ่า กันได้เลยว่าจะผ่านไม่ผ่าน แถมถ้าเราเขียนได้ครอบคลุมหละก็จะลดความเสี่ยงที่สถานทูตจะโทรไปสัมภาษณ์นักเรียน โดยตรง การเขียนจดหมายชี้แจ้งนี้จึงสำคัญที่สุด พี่ขอแนะนำว่าน้องๆ ทุกคนควรเล่าประวัติของตัวเองตั้งแต่เรียนจบมา จนถึงปัจจุบัน เคยทำงานที่ไหนบ้าง เคยทำอะไรมาบ้าง พยายามอย่าให้เห็นช่วงเวลาที่หายไป และเหตุผลที่จะต้องไป เรียนไม่ว่าเราจะสมัครหลักสูตรอะไรก็ตาม แต่เหตุผลที่จะไปเรียนนั้นต้องสอดคล้องประวัติและการดำเนินชีวิตของเรา ให้มากที่สุด หรือความใฝ่ ฝันในอนาคตข้างหน้าว่าอยากจะทำอะไรเป็นอะไรก็ควรจะดึงเหตุผลพวกนี้เขียนออกมาให้ สถานทูตเห็นว่าเรามีเป้าหมายและมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะไปเรียนต่อนะคะ</div> <div class="detail-box" style="text-align: justify;">หลังจากที่เอกสารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พี่ก็ทำการนัดคิวกับเจ้าหน้าที่ VFS เพื่อขอเข้าไปยื่นวีซ่า การยื่นวีซ่าประเทศ ออสเตรเลียนั้น นักเรียนหรือผู้ที่จะเดินทางไม่จำเป็นต้องไปยื่นด้วยตัวเองนะคะ พี่จะไปดำเนินการให้ทุกอย่าง พอ หลังจากยื่นวีซ่าเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นรอประมาณ 3 &ndash; 5 วันทำการ สถานทูตก็ได้มีการส่งอีเมล์มาหาเราเพื่อแจ้งให้ คุณอาไปทำการตรวจสุขภาพค่ะ ทางเราก็ไม่รอช้าโทรแจ้งให้คุณอารีบเดินทางมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยการตรวจสุขภาพนั้นเอกสารที่จะต้องเตรียมไปด้วยคือหนังสือเดินทางเล่มจริงและใบ Health Examination List ที่ ทางสถานทูตส่งให้ค่ะ การตรวจสุขภาพจะตรวจแค่ปัสสาวะกับเอ็กซเรย์ปอด ถ้าน้องๆ คนไหนที่เป็นผู้หญิงก็อาจจะต้อง ดูในเรื่องของประจำเดือนกันอีกทีนะค่ะ พอหลังจากที่คุณอาตรวจสุขภาพเสร็จเรียบร้อยก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เลยค่ะ ผลการตรวจสุขภาพทางโรงพยาบาลจะส่งไปที่สถานทูตเองคะ ระหว่างนี้ก็เป็นช่วงลุ้นระทึกกันว่าการอนุมัติวีซ่า นักเรียนนั้นจะออกมาอย่างไรและเมื่อไหร่ซึ่งปรกติก็จะใช้เวลาไม่นานหลังจากที่เราไปตรวจสุขภาพแล้วค่ะ</div>

ILSC SCHOOL Brisbane

  • สาขาแรกของสถาบัน ILSC ตั้งอยู่ในทำเลใจกลางเมืองที่สะดวกสบาย มองเห็นสวนสาธารณะที่สวยงาม
  • ต้อนรับนักเรียนด้วยกิจกรรม BBQ และ Chit Chat Club ประจำทุกสัปดาห์
  • อีกทั้งยังมีสอน Barista Skills สำหรับคนที่สนใจทำงานในสาย Café อีกด้วย
 
ข้อมูลทั่วไป
  • รับนักเรียนอายุ 16 ปีขึ้นไป
  • จำกัดนักเรียนสูงสุดไม่เกิน 18 คนต่อห้อง
  • จำนวนนักเรียนทั้งหมด 504 คน

 

โปรโมชั่น | Promotions
  • Full – Time Morning วันจันทร์ - วันศุกร์ 08.30 น. – 13.00 น. 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • ค่าเล่าเรียน $260 ต่อสัปดาห์
  • สมัครเรียน 24 สัปดาห์ขึ้นไป ฟรี!! ค่าสมัคร $230
  • สมัครเรียน 1-23 สัปดาห์ ค่าสมัคร $150 (Non-Refundable)
ค่าเล่าเรียนหลักสูตร ระยะเวลาเรียน ราคาค่าเล่าเรียน ราคาเงินบาทประมาณ
Full Time Morning 4 สัปดาห์ $1,040 ฿26,000
12 สัปดาห์ $3,120 ฿78,000
24 สัปดาห์ $6,240 ฿156,000
36 สัปดาห์ $9,360 ฿234,000

*ราคาข้างต้น คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน $AUD1 = 25 บาท

**ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ช่วงเวลานั้นๆ

ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

<div class="sub-title"><img src="../../album/upload/e20515848c3dac8ce6b3c768840f0ec6.png" alt="" width="36" height="34" /> วีซ่าออสเตรเลีย</div> <div class="detail-box"> <h1 style="text-align: justify;">เบลแชร์ประสบการณ์ขอวีซ่านักเรียน ประเทศออสเตรเลีย สำหรับนักเรียนที่มีอายุเกิน 35 ปี</h1> สวัสดีจ้า วันนี้พี่มีประสบการณ์การยื่นขอวีซ่าประเทศออสเตรเลียมาเป็นแนวทางให้กับน้องๆ ทุกคน ที่กำลังสนใจจะไป เรียนต่อ สำหรับประเทศออสเตรเลียนั้นเป็นอีกประเทศที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ เพราะว่าออสเตรเลียเป็นประเทศที่ มีความปลอดภัยสูง ค่าครองชีพก็ไม่โหดร้ายจนเกินไปอีกทั้งยังไม่ไกลจากบ้านเราอีกด้วยค่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า <br /><br /> วันนี้พี่มีเคสตัวอย่างมาบอกต่อให้กับน้องๆ ที่กำลังสนใจไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ขอบอกเลยว่าออสเตรเลีย ไม่ได้จำกัดอายุในการไปเรียนภาษาเลยแม้แต่นิดเดียวเคสที่พี่เจอนั้นเป็นคุณอา อายุประมาณ 49 ปี พื้นฐานจบ การศึกษาระดับ ปวช. หน้าที่การงานรับจ้างทั่วไป ไม่มีบัญชีเป็นของตัวเองและคุณอามีความสนใจอยากจะไปเรียน ภาษาและต่อหลักสูตรวิชาชีพด้านธุรกิจที่ประเทศออสเตรเลีย เท่าที่ฟังจากประวัติคุณอาแล้วต้องบอกเลยว่าค่อนข้าง ยากมากที่วีซ่าจะผ่าน ทั้งอายุเยอะ อาชีพการงานดูไม่มั่นคงและไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการที่จะไปเรียนภาษาอังกฤษเลย แม้แต่น้อย แต่ด้วยความที่คุณอามีความตั้งใจจริงทางเราก็ยินดีที่จะช่วยดูแลทำเรื่องให้คุณอาอย่างสุดความสามารถ เราจึงมาเริ่มเตรียมเอกสารยื่นวีซ่ากันค่ะ</div> <div class="detail-box" style="text-align: justify;"> <h1>สำหรับเอกสารที่ใช้ในการยื่นวีซ่านักเรียนนั้น หลักๆ ที่ทุกคนต้องมีคือ</h1> <ul> <li>1. หนังสือเดินทางหรือที่เรียกว่าพาสปอร์ต</li> <li>2. รูปถ่ายพื้นหลังสีขาว 2 นิ้ว</li> <li>3. หนังสือตอบรับจากทางโรงเรียนหรือที่เรียกว่า COE</li> <li>4. สำเนาบัตรประชาชน</li> <li>5. สำเนาทะเบียนบ้าน</li> <li>6. ผลการเรียนและใบรับรองการศึกษาจากทางสถาบันศึกษาตัวจริง</li> <li>7. ใบรับรองการทำงาน เป็นไปได้ควรยื่นตั้งแต่เรียนจบมาจนถึงปัจจุบัน</li> </ul> </div> <div class="detail-box" style="text-align: justify;">หลังจากที่คุณอาได้เตรียมเอกสารในเบื้องต้นมาพร้อมกับเอกสารจากผู้สนับสนุนทางการเงินแล้วนั้น พี่จะก็จัดการ ตรวจดูเอกสารทั้งหมดอีกครั้งว่ามีส่วนไหนต้องเพิ่มเติมหรือแก้ไขจากนั้นพี่ก็จะต้องทำการแปลเอกสารที่เป็นภาษาไทย ให้เป็นภาษาอังกฤษทุกฉบับ เพราะการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลียนั้นเอกสารควรเป็นภาษาอังกฤษค่ะ</div> <div class="detail-box" style="text-align: justify;">มาถึงเอกสารอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั้นคือ จดหมายชี้แจงจุดประสงค์ของการไปศึกษาต่อ ด้วยความที่ประวัติของคุณอา ไม่ค่อยจะดีนัก เราจึงเครียดหนักกับการเขียนจดหมายครั้งนี้มาก เพราะพี่เชื่อว่าจดหมายตัวนี้สามารถชี้วัดเรื่องของวีซ่า กันได้เลยว่าจะผ่านไม่ผ่าน แถมถ้าเราเขียนได้ครอบคลุมหละก็จะลดความเสี่ยงที่สถานทูตจะโทรไปสัมภาษณ์นักเรียน โดยตรง การเขียนจดหมายชี้แจ้งนี้จึงสำคัญที่สุด พี่ขอแนะนำว่าน้องๆ ทุกคนควรเล่าประวัติของตัวเองตั้งแต่เรียนจบมา จนถึงปัจจุบัน เคยทำงานที่ไหนบ้าง เคยทำอะไรมาบ้าง พยายามอย่าให้เห็นช่วงเวลาที่หายไป และเหตุผลที่จะต้องไป เรียนไม่ว่าเราจะสมัครหลักสูตรอะไรก็ตาม แต่เหตุผลที่จะไปเรียนนั้นต้องสอดคล้องประวัติและการดำเนินชีวิตของเรา ให้มากที่สุด หรือความใฝ่ ฝันในอนาคตข้างหน้าว่าอยากจะทำอะไรเป็นอะไรก็ควรจะดึงเหตุผลพวกนี้เขียนออกมาให้ สถานทูตเห็นว่าเรามีเป้าหมายและมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะไปเรียนต่อนะคะ</div> <div class="detail-box" style="text-align: justify;">หลังจากที่เอกสารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พี่ก็ทำการนัดคิวกับเจ้าหน้าที่ VFS เพื่อขอเข้าไปยื่นวีซ่า การยื่นวีซ่าประเทศ ออสเตรเลียนั้น นักเรียนหรือผู้ที่จะเดินทางไม่จำเป็นต้องไปยื่นด้วยตัวเองนะคะ พี่จะไปดำเนินการให้ทุกอย่าง พอ หลังจากยื่นวีซ่าเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นรอประมาณ 3 &ndash; 5 วันทำการ สถานทูตก็ได้มีการส่งอีเมล์มาหาเราเพื่อแจ้งให้ คุณอาไปทำการตรวจสุขภาพค่ะ ทางเราก็ไม่รอช้าโทรแจ้งให้คุณอารีบเดินทางมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยการตรวจสุขภาพนั้นเอกสารที่จะต้องเตรียมไปด้วยคือหนังสือเดินทางเล่มจริงและใบ Health Examination List ที่ ทางสถานทูตส่งให้ค่ะ การตรวจสุขภาพจะตรวจแค่ปัสสาวะกับเอ็กซเรย์ปอด ถ้าน้องๆ คนไหนที่เป็นผู้หญิงก็อาจจะต้อง ดูในเรื่องของประจำเดือนกันอีกทีนะค่ะ พอหลังจากที่คุณอาตรวจสุขภาพเสร็จเรียบร้อยก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เลยค่ะ ผลการตรวจสุขภาพทางโรงพยาบาลจะส่งไปที่สถานทูตเองคะ ระหว่างนี้ก็เป็นช่วงลุ้นระทึกกันว่าการอนุมัติวีซ่า นักเรียนนั้นจะออกมาอย่างไรและเมื่อไหร่ซึ่งปรกติก็จะใช้เวลาไม่นานหลังจากที่เราไปตรวจสุขภาพแล้วค่ะ</div>

ILSC SCHOOL Melbourne

  • เดินทางสะดวกสบาย ใกล้กับสถานีรถไฟประจำเมือง Southern Cross Station
  • มีกิจกรรม Morning News Club ให้กับนักเรียนทุกเช้า ได้ฝึกฝนภาษาอังกฤษ
  • รวมทั้งมี Free Job Club เรียนรู้วิธีการหางานทำในออสเตรเลีย
 
ข้อมูลทั่วไป
  • รับนักเรียนอายุ 16 ปีขึ้นไป
  • จำกัดนักเรียนสูงสุดไม่เกิน 18 คนต่อห้อง
  • จำนวนนักเรียนทั้งหมด 665 คน

 

โปรโมชั่น | Promotions
  • Full – Time Morning วันจันทร์ - วันศุกร์ 08.30 น. – 13.00 น. 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • ค่าเล่าเรียน $260 ต่อสัปดาห์
  • สมัครเรียน 24 สัปดาห์ขึ้นไป ฟรี!! ค่าสมัคร $230
  • สมัครเรียน 1-23 สัปดาห์ ค่าสมัคร $150 (Non-Refundable)
ค่าเล่าเรียนหลักสูตร ระยะเวลาเรียน ราคาค่าเล่าเรียน ราคาเงินบาทประมาณ
Full Time Morning 4 สัปดาห์ $1,040 ฿26,000
12 สัปดาห์ $3,120 ฿78,000
24 สัปดาห์ $6,240 ฿156,000
36 สัปดาห์ $9,360 ฿234,000

*ราคาข้างต้น คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน $AUD1 = 25 บาท

**ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ช่วงเวลานั้นๆ

ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

<div class="sub-title"><img src="../../album/upload/e20515848c3dac8ce6b3c768840f0ec6.png" alt="" width="36" height="34" /> วีซ่าออสเตรเลีย</div> <div class="detail-box"> <h1 style="text-align: justify;">เบลแชร์ประสบการณ์ขอวีซ่านักเรียน ประเทศออสเตรเลีย สำหรับนักเรียนที่มีอายุเกิน 35 ปี</h1> สวัสดีจ้า วันนี้พี่มีประสบการณ์การยื่นขอวีซ่าประเทศออสเตรเลียมาเป็นแนวทางให้กับน้องๆ ทุกคน ที่กำลังสนใจจะไป เรียนต่อ สำหรับประเทศออสเตรเลียนั้นเป็นอีกประเทศที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ เพราะว่าออสเตรเลียเป็นประเทศที่ มีความปลอดภัยสูง ค่าครองชีพก็ไม่โหดร้ายจนเกินไปอีกทั้งยังไม่ไกลจากบ้านเราอีกด้วยค่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า <br /><br /> วันนี้พี่มีเคสตัวอย่างมาบอกต่อให้กับน้องๆ ที่กำลังสนใจไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ขอบอกเลยว่าออสเตรเลีย ไม่ได้จำกัดอายุในการไปเรียนภาษาเลยแม้แต่นิดเดียวเคสที่พี่เจอนั้นเป็นคุณอา อายุประมาณ 49 ปี พื้นฐานจบ การศึกษาระดับ ปวช. หน้าที่การงานรับจ้างทั่วไป ไม่มีบัญชีเป็นของตัวเองและคุณอามีความสนใจอยากจะไปเรียน ภาษาและต่อหลักสูตรวิชาชีพด้านธุรกิจที่ประเทศออสเตรเลีย เท่าที่ฟังจากประวัติคุณอาแล้วต้องบอกเลยว่าค่อนข้าง ยากมากที่วีซ่าจะผ่าน ทั้งอายุเยอะ อาชีพการงานดูไม่มั่นคงและไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการที่จะไปเรียนภาษาอังกฤษเลย แม้แต่น้อย แต่ด้วยความที่คุณอามีความตั้งใจจริงทางเราก็ยินดีที่จะช่วยดูแลทำเรื่องให้คุณอาอย่างสุดความสามารถ เราจึงมาเริ่มเตรียมเอกสารยื่นวีซ่ากันค่ะ</div> <div class="detail-box" style="text-align: justify;"> <h1>สำหรับเอกสารที่ใช้ในการยื่นวีซ่านักเรียนนั้น หลักๆ ที่ทุกคนต้องมีคือ</h1> <ul> <li>1. หนังสือเดินทางหรือที่เรียกว่าพาสปอร์ต</li> <li>2. รูปถ่ายพื้นหลังสีขาว 2 นิ้ว</li> <li>3. หนังสือตอบรับจากทางโรงเรียนหรือที่เรียกว่า COE</li> <li>4. สำเนาบัตรประชาชน</li> <li>5. สำเนาทะเบียนบ้าน</li> <li>6. ผลการเรียนและใบรับรองการศึกษาจากทางสถาบันศึกษาตัวจริง</li> <li>7. ใบรับรองการทำงาน เป็นไปได้ควรยื่นตั้งแต่เรียนจบมาจนถึงปัจจุบัน</li> </ul> </div> <div class="detail-box" style="text-align: justify;">หลังจากที่คุณอาได้เตรียมเอกสารในเบื้องต้นมาพร้อมกับเอกสารจากผู้สนับสนุนทางการเงินแล้วนั้น พี่จะก็จัดการ ตรวจดูเอกสารทั้งหมดอีกครั้งว่ามีส่วนไหนต้องเพิ่มเติมหรือแก้ไขจากนั้นพี่ก็จะต้องทำการแปลเอกสารที่เป็นภาษาไทย ให้เป็นภาษาอังกฤษทุกฉบับ เพราะการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลียนั้นเอกสารควรเป็นภาษาอังกฤษค่ะ</div> <div class="detail-box" style="text-align: justify;">มาถึงเอกสารอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั้นคือ จดหมายชี้แจงจุดประสงค์ของการไปศึกษาต่อ ด้วยความที่ประวัติของคุณอา ไม่ค่อยจะดีนัก เราจึงเครียดหนักกับการเขียนจดหมายครั้งนี้มาก เพราะพี่เชื่อว่าจดหมายตัวนี้สามารถชี้วัดเรื่องของวีซ่า กันได้เลยว่าจะผ่านไม่ผ่าน แถมถ้าเราเขียนได้ครอบคลุมหละก็จะลดความเสี่ยงที่สถานทูตจะโทรไปสัมภาษณ์นักเรียน โดยตรง การเขียนจดหมายชี้แจ้งนี้จึงสำคัญที่สุด พี่ขอแนะนำว่าน้องๆ ทุกคนควรเล่าประวัติของตัวเองตั้งแต่เรียนจบมา จนถึงปัจจุบัน เคยทำงานที่ไหนบ้าง เคยทำอะไรมาบ้าง พยายามอย่าให้เห็นช่วงเวลาที่หายไป และเหตุผลที่จะต้องไป เรียนไม่ว่าเราจะสมัครหลักสูตรอะไรก็ตาม แต่เหตุผลที่จะไปเรียนนั้นต้องสอดคล้องประวัติและการดำเนินชีวิตของเรา ให้มากที่สุด หรือความใฝ่ ฝันในอนาคตข้างหน้าว่าอยากจะทำอะไรเป็นอะไรก็ควรจะดึงเหตุผลพวกนี้เขียนออกมาให้ สถานทูตเห็นว่าเรามีเป้าหมายและมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะไปเรียนต่อนะคะ</div> <div class="detail-box" style="text-align: justify;">หลังจากที่เอกสารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พี่ก็ทำการนัดคิวกับเจ้าหน้าที่ VFS เพื่อขอเข้าไปยื่นวีซ่า การยื่นวีซ่าประเทศ ออสเตรเลียนั้น นักเรียนหรือผู้ที่จะเดินทางไม่จำเป็นต้องไปยื่นด้วยตัวเองนะคะ พี่จะไปดำเนินการให้ทุกอย่าง พอ หลังจากยื่นวีซ่าเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นรอประมาณ 3 &ndash; 5 วันทำการ สถานทูตก็ได้มีการส่งอีเมล์มาหาเราเพื่อแจ้งให้ คุณอาไปทำการตรวจสุขภาพค่ะ ทางเราก็ไม่รอช้าโทรแจ้งให้คุณอารีบเดินทางมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยการตรวจสุขภาพนั้นเอกสารที่จะต้องเตรียมไปด้วยคือหนังสือเดินทางเล่มจริงและใบ Health Examination List ที่ ทางสถานทูตส่งให้ค่ะ การตรวจสุขภาพจะตรวจแค่ปัสสาวะกับเอ็กซเรย์ปอด ถ้าน้องๆ คนไหนที่เป็นผู้หญิงก็อาจจะต้อง ดูในเรื่องของประจำเดือนกันอีกทีนะค่ะ พอหลังจากที่คุณอาตรวจสุขภาพเสร็จเรียบร้อยก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เลยค่ะ ผลการตรวจสุขภาพทางโรงพยาบาลจะส่งไปที่สถานทูตเองคะ ระหว่างนี้ก็เป็นช่วงลุ้นระทึกกันว่าการอนุมัติวีซ่า นักเรียนนั้นจะออกมาอย่างไรและเมื่อไหร่ซึ่งปรกติก็จะใช้เวลาไม่นานหลังจากที่เราไปตรวจสุขภาพแล้วค่ะ</div>

ILSC SCHOOL Adelaide

  • สาขาเปิดใหม่ของสถาบัน ILSC ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ห่างจากแหล่งช้อปปิ้ง
  • สวนสาธารณะ และแกลเลอรี่ เพียงไม่กี่ก้าว ภายในสถาบันยังเปิดสอน
  • หลักสูตร Café Skills และฟรีคำแนะนำเกี่ยวกับหางานในออสเตรเลีย
 
ข้อมูลทั่วไป
  • รัรับนักเรียนอายุ 16 ปีขึ้นไป
  • จำกัดนักเรียนสูงสุดไม่เกิน 18 คนต่อห้อง
  • จำนวนนักเรียนทั้งหมด 216 คน

 

โปรโมชั่น | Promotions
  • Full – Time Morning วันจันทร์ - วันศุกร์ 08.30 น. – 13.00 น. 20 ชั่วโมงต่อสัปดาห์
  • ค่าเล่าเรียน $260 ต่อสัปดาห์
  • สมัครเรียน 24 สัปดาห์ขึ้นไป ฟรี!! ค่าสมัคร $230
  • สมัครเรียน 1-23 สัปดาห์ ค่าสมัคร $150 (Non-Refundable)
ค่าเล่าเรียนหลักสูตร ระยะเวลาเรียน ราคาค่าเล่าเรียน ราคาเงินบาทประมาณ
Full Time Morning 4 สัปดาห์ $1,040 ฿26,000
12 สัปดาห์ $3,120 ฿78,000
24 สัปดาห์ $6,240 ฿156,000
36 สัปดาห์ $9,360 ฿234,000

*ราคาข้างต้น คิดตามอัตราแลกเปลี่ยน $AUD1 = 25 บาท

**ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ช่วงเวลานั้นๆ

ขอรับข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

<div class="sub-title"><img src="../../album/upload/e20515848c3dac8ce6b3c768840f0ec6.png" alt="" width="36" height="34" /> วีซ่าออสเตรเลีย</div> <div class="detail-box"> <h1 style="text-align: justify;">เบลแชร์ประสบการณ์ขอวีซ่านักเรียน ประเทศออสเตรเลีย สำหรับนักเรียนที่มีอายุเกิน 35 ปี</h1> สวัสดีจ้า วันนี้พี่มีประสบการณ์การยื่นขอวีซ่าประเทศออสเตรเลียมาเป็นแนวทางให้กับน้องๆ ทุกคน ที่กำลังสนใจจะไป เรียนต่อ สำหรับประเทศออสเตรเลียนั้นเป็นอีกประเทศที่กำลังมาแรงมากในขณะนี้ เพราะว่าออสเตรเลียเป็นประเทศที่ มีความปลอดภัยสูง ค่าครองชีพก็ไม่โหดร้ายจนเกินไปอีกทั้งยังไม่ไกลจากบ้านเราอีกด้วยค่ะ มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า <br /><br /> วันนี้พี่มีเคสตัวอย่างมาบอกต่อให้กับน้องๆ ที่กำลังสนใจไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ขอบอกเลยว่าออสเตรเลีย ไม่ได้จำกัดอายุในการไปเรียนภาษาเลยแม้แต่นิดเดียวเคสที่พี่เจอนั้นเป็นคุณอา อายุประมาณ 49 ปี พื้นฐานจบ การศึกษาระดับ ปวช. หน้าที่การงานรับจ้างทั่วไป ไม่มีบัญชีเป็นของตัวเองและคุณอามีความสนใจอยากจะไปเรียน ภาษาและต่อหลักสูตรวิชาชีพด้านธุรกิจที่ประเทศออสเตรเลีย เท่าที่ฟังจากประวัติคุณอาแล้วต้องบอกเลยว่าค่อนข้าง ยากมากที่วีซ่าจะผ่าน ทั้งอายุเยอะ อาชีพการงานดูไม่มั่นคงและไม่เกี่ยวข้องอะไรกับการที่จะไปเรียนภาษาอังกฤษเลย แม้แต่น้อย แต่ด้วยความที่คุณอามีความตั้งใจจริงทางเราก็ยินดีที่จะช่วยดูแลทำเรื่องให้คุณอาอย่างสุดความสามารถ เราจึงมาเริ่มเตรียมเอกสารยื่นวีซ่ากันค่ะ</div> <div class="detail-box" style="text-align: justify;"> <h1>สำหรับเอกสารที่ใช้ในการยื่นวีซ่านักเรียนนั้น หลักๆ ที่ทุกคนต้องมีคือ</h1> <ul> <li>1. หนังสือเดินทางหรือที่เรียกว่าพาสปอร์ต</li> <li>2. รูปถ่ายพื้นหลังสีขาว 2 นิ้ว</li> <li>3. หนังสือตอบรับจากทางโรงเรียนหรือที่เรียกว่า COE</li> <li>4. สำเนาบัตรประชาชน</li> <li>5. สำเนาทะเบียนบ้าน</li> <li>6. ผลการเรียนและใบรับรองการศึกษาจากทางสถาบันศึกษาตัวจริง</li> <li>7. ใบรับรองการทำงาน เป็นไปได้ควรยื่นตั้งแต่เรียนจบมาจนถึงปัจจุบัน</li> </ul> </div> <div class="detail-box" style="text-align: justify;">หลังจากที่คุณอาได้เตรียมเอกสารในเบื้องต้นมาพร้อมกับเอกสารจากผู้สนับสนุนทางการเงินแล้วนั้น พี่จะก็จัดการ ตรวจดูเอกสารทั้งหมดอีกครั้งว่ามีส่วนไหนต้องเพิ่มเติมหรือแก้ไขจากนั้นพี่ก็จะต้องทำการแปลเอกสารที่เป็นภาษาไทย ให้เป็นภาษาอังกฤษทุกฉบับ เพราะการยื่นขอวีซ่านักเรียนประเทศออสเตรเลียนั้นเอกสารควรเป็นภาษาอังกฤษค่ะ</div> <div class="detail-box" style="text-align: justify;">มาถึงเอกสารอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญนั้นคือ จดหมายชี้แจงจุดประสงค์ของการไปศึกษาต่อ ด้วยความที่ประวัติของคุณอา ไม่ค่อยจะดีนัก เราจึงเครียดหนักกับการเขียนจดหมายครั้งนี้มาก เพราะพี่เชื่อว่าจดหมายตัวนี้สามารถชี้วัดเรื่องของวีซ่า กันได้เลยว่าจะผ่านไม่ผ่าน แถมถ้าเราเขียนได้ครอบคลุมหละก็จะลดความเสี่ยงที่สถานทูตจะโทรไปสัมภาษณ์นักเรียน โดยตรง การเขียนจดหมายชี้แจ้งนี้จึงสำคัญที่สุด พี่ขอแนะนำว่าน้องๆ ทุกคนควรเล่าประวัติของตัวเองตั้งแต่เรียนจบมา จนถึงปัจจุบัน เคยทำงานที่ไหนบ้าง เคยทำอะไรมาบ้าง พยายามอย่าให้เห็นช่วงเวลาที่หายไป และเหตุผลที่จะต้องไป เรียนไม่ว่าเราจะสมัครหลักสูตรอะไรก็ตาม แต่เหตุผลที่จะไปเรียนนั้นต้องสอดคล้องประวัติและการดำเนินชีวิตของเรา ให้มากที่สุด หรือความใฝ่ ฝันในอนาคตข้างหน้าว่าอยากจะทำอะไรเป็นอะไรก็ควรจะดึงเหตุผลพวกนี้เขียนออกมาให้ สถานทูตเห็นว่าเรามีเป้าหมายและมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะไปเรียนต่อนะคะ</div> <div class="detail-box" style="text-align: justify;">หลังจากที่เอกสารทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย พี่ก็ทำการนัดคิวกับเจ้าหน้าที่ VFS เพื่อขอเข้าไปยื่นวีซ่า การยื่นวีซ่าประเทศ ออสเตรเลียนั้น นักเรียนหรือผู้ที่จะเดินทางไม่จำเป็นต้องไปยื่นด้วยตัวเองนะคะ พี่จะไปดำเนินการให้ทุกอย่าง พอ หลังจากยื่นวีซ่าเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นรอประมาณ 3 &ndash; 5 วันทำการ สถานทูตก็ได้มีการส่งอีเมล์มาหาเราเพื่อแจ้งให้ คุณอาไปทำการตรวจสุขภาพค่ะ ทางเราก็ไม่รอช้าโทรแจ้งให้คุณอารีบเดินทางมาตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โดยการตรวจสุขภาพนั้นเอกสารที่จะต้องเตรียมไปด้วยคือหนังสือเดินทางเล่มจริงและใบ Health Examination List ที่ ทางสถานทูตส่งให้ค่ะ การตรวจสุขภาพจะตรวจแค่ปัสสาวะกับเอ็กซเรย์ปอด ถ้าน้องๆ คนไหนที่เป็นผู้หญิงก็อาจจะต้อง ดูในเรื่องของประจำเดือนกันอีกทีนะค่ะ พอหลังจากที่คุณอาตรวจสุขภาพเสร็จเรียบร้อยก็สามารถเดินทางกลับบ้านได้ เลยค่ะ ผลการตรวจสุขภาพทางโรงพยาบาลจะส่งไปที่สถานทูตเองคะ ระหว่างนี้ก็เป็นช่วงลุ้นระทึกกันว่าการอนุมัติวีซ่า นักเรียนนั้นจะออกมาอย่างไรและเมื่อไหร่ซึ่งปรกติก็จะใช้เวลาไม่นานหลังจากที่เราไปตรวจสุขภาพแล้วค่ะ</div>